19 ธันวาคม เวลา 10:10Business 

 

รู้จักกับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

เวลานึกถึงมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลายคนมักคิดว่าจะมีแต่ในสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วในเอเชียยังมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้วย นั่นคือ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ National University of Singapore (NUS)

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีความเป็นมาอย่างไร

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

NUS ก่อตั้งขึ้นในปี 1905 หรือเมื่อ 114 ปีที่แล้ว ในสมัยที่สิงคโปร์ยังเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมอังกฤษ

โดยในช่วงแรกของการก่อตั้งนั้น NUS มีฐานะเป็นเพียงวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ก่อนที่จะเริ่มขยายไปสอนสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสาขาอื่นๆ ในเวลาต่อมา

NUS ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสิงคโปร์ มีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาล ปัจจุบันเปิดสอนทั้งสิ้น 17 คณะ

ในปี 2018

NUS มีจำนวนนักศึกษาทั้งหมด 35,908 คน

แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 27,604 คน

ระดับปริญญาโท 8,304 คน

โดยเป็นนักศึกษาที่มาจาก 100 ประเทศทั่วโลก

ค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรี 392,000 ถึง 1,400,000 บาทต่อปี ซึ่งขึ้นกับสาขาวิชาที่เรียน

โดยสาขาวิชาที่ค่าเรียนสูงคือ คณะแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ มีค่าเรียนอยู่ที่ปีละประมาณ 1,400,000 บาท

อัตราการจ้างงานสำหรับนักศึกษาที่จบจาก NUS อยู่ที่ 90% ขณะที่เงินเดือนเริ่มต้นของนักศึกษาจากที่นี่เฉลี่ยอยู่ที่ 114,000 บาท

นอกจากนี้ จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของโลกโดย QS World University Rankings ในปี 2019 นั้น NUS เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 1 ของเอเชียและอันดับที่ 11 ของโลก

ข้อมูลด้านการเงินของ NUS

ปี 2018 รายได้ 18,800 ล้านบาท

ปี 2019 รายได้ 19,600 ล้านบาท

และการที่ NUS เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลสิงคโปร์

จึงทำให้มีเงินสนับสนุนจากภาครัฐบาลของสิงคโปร์อีกด้วย

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงของ NUS มีใครบ้าง?

ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียคนปัจจุบัน

โก๊ะ จ๊กตง นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของสิงคโปร์

โฮ ชิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทมาเส็กโฮลดิ้งส์ และภรรยาของ ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของสิงคโปร์

รัฐบาลสิงคโปร์นั้นให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ

ดังนั้น การพัฒนาประเทศที่สำคัญที่สุด ต้องเริ่มจากการพัฒนาประชาชนของประเทศ รัฐบาลจึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ เพื่อศึกษาระบบบริหารและการจัดสรรงบประมาณให้แก่กระทรวงศึกษาธิการอย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐบาลมีการสนับสนุนด้านการศึกษา และต้องการให้ประชากรของประเทศได้รับการศึกษาที่ทั่วถึง โดยรัฐบาลสิงคโปร์ได้ให้การอุดหนุนด้านการศึกษาแก่โรงเรียนในระดับประถม และมัธยมที่เป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือกึ่งรัฐบาล และมีหน่วยงานของรัฐที่ให้เงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถส่งเสริมบุตรเข้าเรียนได้ โดยไม่ต้องกังวลภาระด้านการเงิน

ในปี 2018 ประชากรของสิงคโปร์ทุกๆ 100 คน จะอ่านออกเขียนได้ 97คน

เทียบกับปี 1980 ที่อยู่ที่ประมาณ 83 คน

ในปี 2019 งบประมาณรายจ่ายทั้งหมดของประเทศเท่ากับ 1.8 ล้านล้านบาท ประมาณ 16% ของ GDP ทั้งประเทศที่ 11 ล้านล้านบาท

ซึ่งงบประมาณที่ให้แก่หน่วยงานด้านการศึกษานั้นอยู่ที่ 294,000 ล้านบาท ประมาณ 16% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด และเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ที่เท่ากับ 292,000 ล้านบาท แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ยังดีกว่าบางหน่วยงาน เช่น หน่วยงานด้านคมนาคม และหน่วยงานด้านการค้าและอุตสาหกรรมที่ถูกตัดลดงบประมาณ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากผลของสงครามการค้า

เรื่องนี้อาจบอกเราได้ว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว รัฐบาลอาจมีรายได้น้อยลง แต่เรื่องการศึกษานั้นสิงคโปร์ยังให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลสิงคโปร์เชื่อว่า การที่จะสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพขึ้นมาในสังคมได้นั้น รากฐานที่สำคัญก็คือ การพัฒนาการศึกษา

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ปี 2019 งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย มีจำนวนเงินทั้งหมด 369,047 ล้านบาท เมื่อเทียบงบด้านการศึกษาต่อประชากรจะได้ 5,400 บาทต่อคนต่อปี ในขณะสิงคโปร์มีงบด้านการศึกษาสูงถึง 52,000 บาทต่อคนต่อปี..

ที่มา  : https://www.blockdit.com/articles/5dfa0ce0ffeced1f804145c2
19 ธันวาคม เวลา 10:10Business 

รู้จักกับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

เวลานึกถึงมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลายคนมักคิดว่าจะมีแต่ในสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วในเอเชียยังมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้วย นั่นคือ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ National University of Singapore (NUS)

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีความเป็นมาอย่างไร

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

NUS ก่อตั้งขึ้นในปี 1905 หรือเมื่อ 114 ปีที่แล้ว ในสมัยที่สิงคโปร์ยังเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมอังกฤษ

โดยในช่วงแรกของการก่อตั้งนั้น NUS มีฐานะเป็นเพียงวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ก่อนที่จะเริ่มขยายไปสอนสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสาขาอื่นๆ ในเวลาต่อมา

NUS ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสิงคโปร์ มีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาล ปัจจุบันเปิดสอนทั้งสิ้น 17 คณะ

ในปี 2018

NUS มีจำนวนนักศึกษาทั้งหมด 35,908 คน

แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 27,604 คน

ระดับปริญญาโท 8,304 คน

โดยเป็นนักศึกษาที่มาจาก 100 ประเทศทั่วโลก

ค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรี 392,000 ถึง 1,400,000 บาทต่อปี ซึ่งขึ้นกับสาขาวิชาที่เรียน

โดยสาขาวิชาที่ค่าเรียนสูงคือ คณะแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ มีค่าเรียนอยู่ที่ปีละประมาณ 1,400,000 บาท

อัตราการจ้างงานสำหรับนักศึกษาที่จบจาก NUS อยู่ที่ 90% ขณะที่เงินเดือนเริ่มต้นของนักศึกษาจากที่นี่เฉลี่ยอยู่ที่ 114,000 บาท

นอกจากนี้ จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของโลกโดย QS World University Rankings ในปี 2019 นั้น NUS เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 1 ของเอเชียและอันดับที่ 11 ของโลก

ข้อมูลด้านการเงินของ NUS

ปี 2018 รายได้ 18,800 ล้านบาท

ปี 2019 รายได้ 19,600 ล้านบาท

และการที่ NUS เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลสิงคโปร์

จึงทำให้มีเงินสนับสนุนจากภาครัฐบาลของสิงคโปร์อีกด้วย

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงของ NUS มีใครบ้าง?

ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียคนปัจจุบัน

โก๊ะ จ๊กตง นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของสิงคโปร์

โฮ ชิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทมาเส็กโฮลดิ้งส์ และภรรยาของ ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของสิงคโปร์

รัฐบาลสิงคโปร์นั้นให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ

ดังนั้น การพัฒนาประเทศที่สำคัญที่สุด ต้องเริ่มจากการพัฒนาประชาชนของประเทศ รัฐบาลจึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ เพื่อศึกษาระบบบริหารและการจัดสรรงบประมาณให้แก่กระทรวงศึกษาธิการอย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐบาลมีการสนับสนุนด้านการศึกษา และต้องการให้ประชากรของประเทศได้รับการศึกษาที่ทั่วถึง โดยรัฐบาลสิงคโปร์ได้ให้การอุดหนุนด้านการศึกษาแก่โรงเรียนในระดับประถม และมัธยมที่เป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือกึ่งรัฐบาล และมีหน่วยงานของรัฐที่ให้เงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถส่งเสริมบุตรเข้าเรียนได้ โดยไม่ต้องกังวลภาระด้านการเงิน

ในปี 2018 ประชากรของสิงคโปร์ทุกๆ 100 คน จะอ่านออกเขียนได้ 97คน

เทียบกับปี 1980 ที่อยู่ที่ประมาณ 83 คน

ในปี 2019 งบประมาณรายจ่ายทั้งหมดของประเทศเท่ากับ 1.8 ล้านล้านบาท ประมาณ 16% ของ GDP ทั้งประเทศที่ 11 ล้านล้านบาท

ซึ่งงบประมาณที่ให้แก่หน่วยงานด้านการศึกษานั้นอยู่ที่ 294,000 ล้านบาท ประมาณ 16% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด และเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ที่เท่ากับ 292,000 ล้านบาท แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ยังดีกว่าบางหน่วยงาน เช่น หน่วยงานด้านคมนาคม และหน่วยงานด้านการค้าและอุตสาหกรรมที่ถูกตัดลดงบประมาณ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากผลของสงครามการค้า

เรื่องนี้อาจบอกเราได้ว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว รัฐบาลอาจมีรายได้น้อยลง แต่เรื่องการศึกษานั้นสิงคโปร์ยังให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลสิงคโปร์เชื่อว่า การที่จะสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพขึ้นมาในสังคมได้นั้น รากฐานที่สำคัญก็คือ การพัฒนาการศึกษา

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ปี 2019 งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย มีจำนวนเงินทั้งหมด 369,047 ล้านบาท เมื่อเทียบงบด้านการศึกษาต่อประชากรจะได้ 5,400 บาทต่อคนต่อปี ในขณะสิงคโปร์มีงบด้านการศึกษาสูงถึง 52,000 บาทต่อคนต่อปี..