การทำสื่อที่แฝงภาพลักษณ์ให้ผู้สูบบุหรี่ดูเป็นคนที่ทันสมัยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นคิดว่านั่นคือค่านิยมที่ดีเลยไม่ตระหนัก ว่ามีโรคภัยมากมายจากการสูบบุหรี่นั้นจะเกิดขึ้นกับตัวเองในอนาคตการรณรงค์เพื่อลดการสูบบุหรี่ในกลุ่มวัยรุ่นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

เป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชนจัดโครงการประกวดสื่อรณรงค์ประเภทคลิปวิดีโอ ออนไลน์ รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน "วัยรุ่นรู้ทันควันบุหรี่" เพื่อประกวดหาสื่อคุณภาพไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ ให้กลุ่มวัยรุ่น ตระหนักรู้และพึงระวังถึงภัยร้ายของบุหรี่


ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุน สสส. บอกถึงความสำคัญของปัญหาบุหรี่ในเยาวชนไทยว่า ขณะนี้มีเยาวชนอายุ15-18 ปี ติดบุหรี่แล้วกว่า 3 แสนราย มีแนวโน้มที่จะเข้าสู่วงจรการเสพติดบุหรี่อย่างไม่ขาดสาย การสื่อสาร ในหมู่วัยรุ่นกันเองจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก ในการป้องกันปัญหาในอนาคต โดยเฉพาะการป้องกันนักสูบหน้าใหม่

"การรณรงค์ลดการสูบบุหรี่ผ่านกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอ ออนไลน์ ช่วยสื่อสารได้ตรงกับเป้าหมาย เพราะวัยรุ่นจะเข้าใจความคิด ของคนวัยเดียวกันและเมื่อก้าวเข้าไปสู่วัยทำงาน เขาก็จะให้ความสำคัญกับประเด็นการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น สสส. ยินดีที่จะเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพในการผลิตสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและประชาชนทั่วไปได้ดียิ่งขึ้น" รองผู้จัดการ กองทุน สสส. ระบุ

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาจำนวน 18 ทีม ส่งผลงานร่วมเข้าประกวดพร้อมนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า "ทีมอะซิโทน" เจ้าของผลงานเรื่อง "พุฒิพงษ์" ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ประกอบด้วย น.ส.จิรนันท์ สงวนทรัพย์ น.ส.จิตอนุวัณ ชูชมชื่น น.ส.ญาสุมิทนร์สุภาสูรย์ น.ส.ณัฐชยาดิษฐ์ครบุรี น.ส.กาญจนาพร แซ่เตีย และน.ส.ภริษารัตนนิธิพร การแข่งขันบนเวทีนี้ไม่ใช่แค่เพียงการถ่ายทอดเรื่องราวให้มีความน่าสนใจตามโจทย์ที่ได้รับเท่านั้น แต่รูปแบบการนำเสนอจะต้องสร้างกระแสการไม่สูบบุหรี่ในกลุ่มวัยรุ่นได้อีกด้วย

น้องๆ จากทีมอะซิโทน เล่าแนวคิดและทิศทางของคลิปวิดีโอให้ฟังว่าพวกเราอยากจะสื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำเด็กๆ ก็มักจะเลียนแบบ ดังนั้นผู้ใหญ่ต้องอย่าทำสิ่งไม่ดีให้เด็กเห็น ขณะที่เด็กเองก็อยากให้รู้ว่าบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี ต้องรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ด้วย ส่วนโครงการนี้ได้ช่วยเต็มเติมประสบการณ์ด้านการทำสื่อแบบออนไลน์ เพราะสมัยนี้ถือเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว การได้มาอบรมกับ โครงการของ สสส. ทำให้มีความรู้ในการทำสื่อประเภทนี้ดียิ่งขึ้น และอยากให้จัดประกวดต่อไป เพราะทำเพื่อวัยรุ่นจริงๆ จะได้รู้ทันก่อนที่มันจะสายเกินไป

สำหรับผลงานเรื่อง "พุฒิพงษ์" เป็นเรื่องราวกวนๆของเอกสิทธิ์และพุฒิพงษ์นักเรียนชั้นมัธยมที่ทั้งน่ารักทั้งฮา แม้ว่าพุฒิพงษ์จะเบื่อและเฉยชากับทุกเรื่อง ที่คู่ซี้ของเขาพูดแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องบุหรี่แล้ว พุฒิพงษ์ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้จริงๆ ต้องลุกขึ้นมาอธิบายให้เพื่อนรู้ถึงพิษภัยของควันบุหรี่

ด้านรองชนะเลิศอันดับที่ 2 เป็นของ"ทีมใครอยากเป็นเศรษฐี"กับผลงานเรื่อง"You Can Do It" โดยเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประกอบด้วยนายพงศ์ศิริหอวัฒนพาณิชย์น.ส.สุปรีญาแสนสุภาและนายบุรุษพัฒน์ เชาวลิต พร้อมเล่าแนวคิดว่าคนสูบบุหรี่ทุกคนมักจะมีเหตุผลของตัวเองเราควรให้กำลังใจมากกว่าจะไปตัดสินว่าเขาเป็นคนไม่ดี ขณะที่วัยรุ่นก็อยากให้รู้ว่าการเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องยาก บางทีไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมากมาย ขอเพียงคิดจะเลิกและมีใจที่สู้พอ เราก็จะเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ

"อยากขอบคุณ สสส.ที่เปิดโอกาสให้ได้ลองวิชา เพราะได้นำความรู้ห้องเรียนมาใช้ทำเป็นผลงานออกสู่สาธารณะจริงๆจะได้รู้ว่ายังต้องพัฒนาอะไรบ้าง และดีใจที่ได้มีส่วนร่วมส่งเสริมสังคมให้ดีขึ้นด้วยสำหรับผลงาน You Can Do It เป็นคลิปวิดีโอน่ารักๆ ให้กำลังใจคนที่กำลังเลิกบุหรี่ เมื่อนิ้วมือเป็นตัวแทนการวิ่งเข้าสู่เส้นชัย และบุหรี่คืออุปสรรคสำคัญ จะล้มๆ ลุกๆ หรือมีท้อบ้าง แต่ถ้าเอาชนะใจตัวเองได้ก็สามารถวิ่งไปถึงเส้นชัยได้อย่างแน่นอน"

ปิดท้ายกันที่ "มณฑล พวงเงิน" อายุ 25 ปี ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสูบบุหรี่จนต้องผ่าตัดมะเร็งต่อมไทรอยด์ เล่าว่า เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกตอนอายุ 14 ปี สูบเพราะอยากรู้อยากลอง กระทั่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ ผลที่ตามมาคือเป็นอัมพาตครึ่งซีก ต้องเจาะคอ พูดไม่ได้เกือบปี อยากฝากถึงเพื่อนวัยรุ่นคนที่ยังสูบบุหรี่ให้เลิกเพราะมันไม่ส่งผลดี เสียทั้งเงิน สุขภาพ อนาคต และทำร้ายคนอื่น

สนับสนุนให้เยาวชนรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในวัยรุ่นในวัยผู้ใหญ่ผ่านสื่อต่างๆ ยิ่งมากเท่าไหร่ ต้องมีส่วนช่วยให้สังคมเกิดความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ลดการสูบได้แน่นอนช่วยกันสนับสนุนเหอะ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ