โดย ศิริพงษ์ วิทยาวิโรจน์

อ่านเรื่องของสาวน้อยฮานอยคนหนึ่งจากเวียดนามเน็ต บริดจ์ แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีๆ

ที่ น่าจะถ่ายทอดสู่กันฟัง เผื่อมันจะปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้ลุกโชนขึ้นมาได้บ้าง เหตุที่เข้าไปอ่านก็เพราะพาดหัวเรื่องที่บอกว่า "เด็กสาวเวียดนามเดินทางไปใน 25 ประเทศ ด้วยเงิน 700 เหรียญสหรัฐ"

ชื่อเต็มๆ ของเด็กคนนี้คือ เหงียน ทิ ขาน เวียน น่าจะเป็นเด็กที่มีอะไรพิเศษบางอย่างในตัว เพราะเธอเข้าเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษใน สังกัดมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย

พอเรียนจบแทนที่จะสมัครเข้าเรียน ต่อระดับมหาวิทยาลัย เธอกลับเลือกเดินทางไปทำงานที่มาเลเซีย ทำงานไปเกิดความรู้สึกเบื่อขึ้นมา สิ่งที่

วาบขึ้นมาในความคิดของเธอคือการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ บางประเทศ

แต่ การเดินทางของเธอไปยังประเทศอื่นๆ เพื่อหาอะไรใหม่ กลับกลายเป็นการเดินทางไปใน 25 ประเทศ ในเอเชียและแอฟริกา กินเวลา 2 ปี โดยเริ่มต้นจากเงินติดตัวที่คิดเป็นเงินไทยก็สองหมื่นบาทเศษๆ

เป็น คนไทยก็ต้องเรียกว่าหัวใจเกินร้อย และในสองปีที่ว่านั้นเธอไม่เคยเข้าพักในโรงแรมเลย ในการเดินทางไปไหนต่อไหนก็อาศัยสองเท้าพาไปวันละ 40-50 กิโลเมตร และการโบกรถ อาศัยเครือข่ายแบ่งปันบ้านให้นักเดินทาง (Couchsurfing.org) เป็นตัวช่วยในเรื่องที่พัก และในหลายกรณีก็นอนตามสถานีตำรวจ ชายหาด หรือแม้แต่ป้ายรถเมล์

แน่นอนว่าเงินแค่นั้นไม่พอให้ใครใช้จ่ายได้ ยาวนานถึงสองปีใน 25 ประเทศ เธอเดินทางไปแล้วรับจ้างทำงานไปเท่าที่จะมีคนจ้าง งานที่ไม่ต้องอาศัยฝีมือหรือความรู้อะไรซับซ้อน ด้วยวิธีนี้ทำให้เธอสามารถเดินทางไปได้เรื่อย อยู่ในอินเดียถึง 4 เดือน เนปาล 3 เดือน อิสราเอล 3 เดือน ทำงานได้เงินแล้วก็เดินทาง พอเงินหมดก็หางานทำไปแบบนี้เรื่อยๆ

ตัวอย่างของงานบางส่วนที่เธอบอก คือ การเป็นตัวแสดงในโฆษณาทีวีที่อินเดีย เป็นลูกมือจัดเลี้ยงในเนปาล เป็นพนักงานกาสิโนในตูนิเซีย และเขียนเรื่องให้เว็บไซต์ในอิสราเอล เป็นต้น

มัน เป็นการเรียนรู้ในเวลาเพียงสองปีที่เธอคิดว่าสำคัญพอๆ กับที่เธอเรียนมา 12 ปีในระบบโรงเรียน แต่ละวันที่ผ่านไปมีอะไรใหม่ๆ ให้เธอเรียนรู้เสมอ

ผม ไม่ได้คิดว่าจะยุให้เด็กรุ่นใหม่ๆ เดินตามรอยสาวฮานอยคนนี้หลังเรียนจบมัธยม (ยกเว้นถ้ามีใจเกินร้อยก็น่าลอง) อะไรใหม่ๆ ในชีวิตไม่ได้มีวิธีเดียว แก่นแท้ของเรื่องราวนี้คือความกล้าที่จะออกไปข้างนอก

ที่จริงแล้ว เด็กทุกคนตั้งแต่เกิดมีวิญญาณของนักผจญภัยอยู่ในตัว อยากรู้อยากเห็นอยากลอง แต่พ่อแม่ ครอบครัว สังคม ระบบโรงเรียน บ่อนทำลายสิ่งนี้ไปทีละน้อยๆ จนเมื่อคุณเรียนจบมัธยมก็แทบจะกลายเป็นเต่าในกระดองกันไปหมด

สองปีผ่านไปเธอกลับมาบ้าน แม่เห็นเธอแทบจะลมจับแต่ก็ยืนยันว่าลูกสาวเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง

จาก นี้แผนต่อไปของเวียนคือการเดินทางไปอเมริกาใต้ 1 ปี ตอนนี้เธอกำลังสร้างไซต์ที่อยากจะให้เป็นโลนลี พลาเน็ต สำหรับคนเวียดนาม อีกไม่นานน่าจะได้อ่านหนังสือที่เธอเขียนเล่าประสบการณ์ของเธอ ซึ่งจะว่าไปแล้วเหมือนกับพวกชนเผ่าเร่ร่อนหรือ nomad ในยุคใหม่

ชนเผ่าเร่ร่อนยุคไซเบอร์ในปัจจุบันมีไม่น้อยเลยนะครับ

หน้า 6,มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2556
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1371460836&grpid=&catid=03&subcatid=0306