แพทย์เตือนพ่อแม่อย่าทิ้งลูกไว้ในรถที่จอดกลางแจ้ง แม้จะออกไปทำธุระเพียงไม่กี่วินาที ชี้ เด็กติดในรถแค่ 30 นาที ก็ตายได้จากความร้อนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เลือดเป็นกรด หยุดหายใจ อวัยวะไม่ทำงาน ไม่ใช่การขาดอากาศหายใจอย่างที่เชื่อ ย้ำ แง้มหน้าต่างรถทิ้งไว้ หรือจอดในที่ร่มก็ไม่ควร

แฟ้มภาพ
       รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า กรณีเด็กติดอยู่ในรถแล้วเสียชีวิต คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า เป็นเพราะขาดอากาศหายใจ เนื่องจากประตูหน้าต่างปิดสนิท แต่ความจริงแล้วอากาศภายในรถสามารถนอนได้นานเป็นชั่วโมง แต่ส่วนใหญ่ที่เด็กจะเสียชีวิตเป็นเพราะความร้อนภายในที่สูงขึ้น ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาทีอุณหภูมิในรถจะเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถอยู่ได้ หากอยู่ในรถผ่านไป 10 นาที ร่างกายจะแย่และภายใน 30 นาทีถึงขั้นเสียชีวิต
       
       “ปกติร่างกายจะรักษาอุณหภูมิไว้ที่ 37 องศาเซลเซียส แต่เมื่อติดอยู่ในรถที่ความร้อนสูงขึ้น ช่วงแรกร่างกายจะขับความร้อนออกมาในรูปแบบของเหงื่อ แต่เมื่อถึงจุดที่ร่างกายทนไม่ไหว ร่างกายก็จะหยุดทำงาน เกิดภาวะเลือดเป็นกรด หยุดหายใจ และอวัยวะทุกอย่างหยุดทำงาน หากเจอเด็กที่ติดในรถเร็วจะพบในสภาพตัวแดง แต่หากนานแล้วเด็กจะตัวซีดและเสียชีวิต” รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าว
       
       รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า พ่อแม่ห้ามทิ้งลูกไว้ในรถที่จอดกลางแจ้งเด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องลงไปธุระนอกรถเร็วหรือช้า แต่ควรนำเด็กลงจากรถไปด้วยทุกครั้ง และไม่ควรเปิดแง้มหน้าต่างไว้แล้วปล่อยให้เด็กอยู่ภายใน เพราะอาจเข้าใจว่าเด็กไม่ขาดอากาศหายใจแล้วจะปลอดภัย แต่ความจริงแล้วเด็กตายเพราะความร้อนสูง การเปิดแง้มหน้าต่างทิ้งไว้ไม่ได้รับประกันว่าความร้อนภายในรถจะไม่สูงขึ้นและช่วยให้เด็กปลอดภัย ส่วนการจอดรถในที่ร่ม เด็กก็อาจจะเสียชีวิตจากความร้อนที่สูงขึ้นได้เช่นกัน แต่อาจใช้เวลานานกว่าที่จอดกลางแจ้ง ดังนั้น จึงไม่ควรทิ้งเด็กไว้ในรถเช่นกัน

 

http://www.manager.co.th/qol/viewnews.aspx?NewsID=9550000153984