สธ.หนุน หมออนามัยเกือบ 30,000 คน เป็นนักสาธารณสุขชุมชน รณรงค์สร้างสุขภาวะในหมู่บ้านตำบลทั่วไทย ใช้พลังชุมชนเพื่อลดความเสี่ยงอันตรายจาก 5 ปัญหาใหญ่ ได้แก่ เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด อุบัติเหตุ และการพนัน ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบนักสูบบุหรี่ 18 ใน 21 คน เป็นผู้ติดบุหรี่ สูบเฉลี่ยเดือนละ 300 มวน ส่วนวัยรุ่นดื่มสุราเพิ่มขึ้น
       
       วันนี้ (9 พ.ย.) โรงแรมทีเค พาเลซ เขตหลักสี่ กทม. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ คณะกรรมการสมาคมหมออนามัย ผู้แทนเครือข่ายหมออนามัยระดับจังหวัด และผู้แทนจากชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ทั่วประเทศ 300 คน ในโครงการพัฒนาประชาคมลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ได้แก่เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด อุบัติเหตุ และการพนัน ในปี 2555-2556 ซึ่งในวันนี้มีการลงนามความร่วมมือของ 5 องค์กร เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายหมออนามัยสู่นักรณรงค์และนักพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อสุขภาพ ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข สมาคมหมออนามัย ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
       
       นพ.ณรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งลดปัจจัยเสี่ยงอันตรายที่ทำลายสุขภาพคนไทย โดยองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ขณะนี้ เหล้า บุหรี่ เป็น 1 ใน 4 ตัวการหลักที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ ติดยาเสพติด รวมถึงการติดการพนันที่เป็นอบายมุข อันจะก่อปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคมต่างๆ ตามมา ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อพฤติกรรมสุขภาพของคนไทยในชุมชนต่างๆ อย่างรุนแรง จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ล่าสุด ในปี 2554 พบว่า ในกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ทุกจำนวน 21 คน มีถึง 18 คน ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ใน 1 วันสูบบุหรี่มากถึง 11 มวน หรือเฉลี่ยใน 1 เดือน จะสูบบุหรี่รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 300 มวน หรือ 15 ซอง และยังพบว่า วัยรุ่นดื่มสุราเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23.5 ในปี 2547 เป็นร้อยละ 23.7 ในปี 2554 และมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน/หมู่บ้านร้อยละ 40 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีการระบาดร้อยละ 32
       
       ในการแก้ไขปัญหาและลดปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว จะต้องใช้มาตรการทางสังคม ชุมชน โดยสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับอำเภอ ตำบล ถึงหมู่บ้าน ซึ่งในปี 2555-2556 นี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้หมออนามัย ซึ่งเป็นบุคลากรกำลังหลักของระบบสุขภาพที่อยู่ในพื้นที่และปฏิบัติงานในทุก ตำบลทั่วประเทศ รวม 28,449 คน ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 9,810 แห่ง ให้เป็นนักรณรงค์สร้างสุขภาวะในชุมชน เป็นแกนประสานงานระหว่างชาวบ้านกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมในระดับ พื้นที่ ได้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท.และผู้นำชุมชน เพื่อสร้างมาตรการทางสังคมหรือชุมชนในการลดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพ
       
       ด้าน นายสาคร นาต๊ะ นายกสมาคมหมออนามัย กล่าวว่า ผลจากการประชุมในครั้งนี้ จะมีการจัดทำแผนการดำเนินงานชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงในระดับพื้นที่ ทุกจังหวัด นำไปปฏิบัติให้บรรลุผล โดยจะมีการประกาศนโยบายสาธารณะระดับอำเภอลด 5 ปัญหาที่กล่าวมา จังหวัดละ 1 อำเภอ รวม 870 อำเภอ มีตำบลต้นแบบจัดการปัญหา โดยการประกาศเป็นนโยบายท้องถิ่นเขตตรวจราชการละ 1 ตำบล รวม 18 ตำบลและมีนวัตกรรมชุมชนลดเสี่ยงโดยใช้มาตรการของชุมชนเอง เขตละ 1 หมู่บ้าน รวม 18 หมู่บ้าน 18 นวัตกรรม

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000137218