กลายเป็นเหตุสลด 2 วันติดกันจากข่าวเยาวชนเสพติดสื่อจนทำร้ายคนใกล้ชิดและเกือบปลิดชีวิตตนเอง

กรณีแรกเด็กชายอายุ 14 ปี ทำมาตุฆาต เหตุถูกห้ามเล่นเฟซบุ๊กและมีอาการติดเกมออนไลน์ ส่วนอีกรายเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 8 ขวบ ผูกคอเลียนแบบฉากละครดัง "แรงเงา" จนช็อกหมดสติ สมองขาดออกซิเจนอยู่ในอาการโคม่า

จากกรณีเด็กทั้งสองสะท้อนปัญหาสังคมในโลกที่สื่อพัฒนาไปรวดเร็วนี้อย่างไร สถาบันครอบครัว สังคม ต้องก้าวตามให้ทันพร้อมไปกับสร้างเกราะคุ้มกันเยาวชน ขณะที่สื่อควรปรับวิธีการนำเสนออย่างไรเพื่อลดความรุนแรง

นางอัญญาอร พานิชพึ่งรัถ ประธานเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ

ส่วนหนึ่งที่ทำให้มีเหตุการณ์พฤติ กรรมการลอกเลียนแบบเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยมาจากการที่สื่อมีการกระตุ้นกระแสสังคมในรูปแบบต่างๆ โดยขาดการเรียนรู้เรื่องความเหมาะสม

สิ่งที่ผู้ใหญ่จับจ้องสื่อคืออะไร เขาเห็นเป็นความสะใจ ความสนุกสนาน แต่ไม่ได้นึกว่าเด็กที่นั่งดูด้วยเขายังคิดไม่ได้ ยังตัดสินใจผิดถูกไม่ได้ว่าเรื่องนี้แบบนี้เหมาะสมไหมถ้าไม่มีผู้ใหญ่ชี้แนะ

สื่อออนไลน์อย่างเช่นเฟซบุ๊ก ในทุกวันนี้ถือว่ามีอิทธิพลมากในเด็ก จะเห็นได้ว่ามีการประโคมกระแสกันมากมายต่างๆ นานา และด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็กก็จะต้องตามเข้าไปดู ทำให้กระแสดังกล่าวกลายเป็นที่นิยมไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม

ส่วนเกมก็มีการตอบสนองความรุนแรงอย่างตรงไปตรงมา เด็กจะเล่นด้วยความสะใจจนบางรายหากแพ้การต่อสู้ในเกมจะถึงขั้นร้องไห้ และหาวิธีมาเอาชนะให้จนได้ นี่คือการปลูกฝังความรุนแรงในเด็กโดยตรง

นายจะเด็จ เชาว์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล

อิทธิพลของสื่อมีเพิ่มมากขึ้นในหลากหลายช่องทาง ทั้งอินเตอร์เน็ต ทีวี ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเด็กผู้หญิงที่เข้าสู่วัยรุ่นจะชอบแต่งตัว ลดความอ้วน นั่นหมายถึงสื่อกำลังปลูกฝังค่านิยมต่างๆ เข้าไปในเด็กว่าจะต้องมีผิวขาวหุ่นดี แต่งตัวแบบนั้นแบบนี้ จูงใจให้เกิดการบริโภคนิยม และถูกโยงเข้าสู่การตลาดซึ่งต้องการแค่ผลตอบแทน

เมื่อเด็กมีค่านิยมเหล่านี้มักหาทางออกด้วยวิธีต่างๆ ที่จะทำให้ตนอยู่ในกระแสนิยม เช่น กินยาลดความอ้วนจนเสียชีวิต ศัลยกรรมจนผิดธรรมชาติ เมื่อก่อนสื่อนำเสนอสิ่งต่างๆ เสนอเรื่องราวที่มีศิลปะมากกว่าทุกวันนี้ ปัจจุบันมีการนำเสนอสิ่งต่างๆ ที่เน้นด้านการโฆษณาเสียมาก ทำให้ศิลปะเหล่านั้นหดหายไป

ในสมัยก่อนสิ่งที่เราบริโภคจากสื่อมักเป็นสิ่งที่สวยงาม เป็นศิลปะ ไม่มีภาษาหยาบคาย ละครก็จะเป็นแนวทางการต่อสู้ชีวิต มีทางออกที่ดี มีความหวัง สอดแทรกกำลังใจลงไปในบทละคร เพราะไม่รับใช้การตลาดที่มีการบริโภคและนำเสนอแบบฉาบฉวยซึ่งนำมาสู่ผลกระทบที่รุนแรงในสังคม

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต

กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการสูญเสีย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียใจของทุกฝ่ายที่เราต้องพยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ประเด็นที่เห็นชัดคือความอ่อนแอลงของสถาบันครอบครัวและความรุนแรงของปัญหารอบตัวเรา เด็กถูกเร้าด้วยเกมและเสพติดกับสิ่งยั่วยุรอบข้าง

ในระดับสังคมต้องช่วยกันมองทุกฝ่าย ภาครัฐและบุคคลอื่นๆ สื่อสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ต้องถ่ายทอดการรับรู้ การเรียนรู้ของเด็กต้องพยายามคัดกรองดูแลสื่อคุณประโยชน์มากกว่านี้ และมีองค์ประกอบที่เป็นพิษกับเด็กน้อย ควบคุมกำกับหรือส่งเสริมสื่อดีให้แทนที่ ผู้เกี่ยวข้องกับสื่อ ผู้สร้าง ผู้ถ่ายทอด ผู้เผยแพร่ ต้องมีสำนึกร่วมป้องกันเยาวชนให้มากขึ้นกว่านี้

เชื้อโรคทางสังคมมีมาก ครอบครัวต้องรู้เท่าทัน เร่งสร้างเกราะคุ้มกันเด็ก ใช้เวลาที่มีคุณภาพ สร้างพื้นฐานความรักใคร่ผูกพันและติดอาวุธทางสติปัญญาให้เด็กว่า "อะไรควรเรียนรู้ อะไรควรเลียนแบบ และอะไรคือสิ่งต้องห้าม"

วัยเด็กเล็กวิจารณญาณไม่ดี การดูแลให้เด็กพ้นอันตรายเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ การที่เด็กเล่นเองและพลาดเสียชีวิตจะกล่าวถึงการเลียนแบบอย่างเดียวไม่ได้ แต่การปกป้องระแวดระวังอาจไม่เพียงพอ การเลียนแบบที่ทำร้ายตัวเอง หรืออีกทางหนึ่งซึ่งเลียนแบบด้วยการกระโดดจากที่สูง เหมือนซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ ซึ่งมีความรุนแรงไม่เหมาะสม ในเด็กเล็กๆ พ่อแม่ต้องสอน หรือในบางช่วงวัยต้องดูแลให้เขาอยู่ในสายตา

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์  ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

ทั้งสองเหตุการณ์ต่างและเหมือนกัน สิ่งที่เหมือนกันคือทั้งสองกรณีเกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่มีความรักความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูก เด็ก 8 ขวบ ไม่สามารถแยกแยะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับจินตนาการได้ พ่อแม่ควรดูแลลูกให้อยู่ในสายตา

ก่อนหน้านี้มีกรณีเด็กอายุ 8 ขวบเล่นเป็นไอ้แมงมุม เอาเชือกพันไปพันมาแล้วพันตัวเองกับราวบันไดตาย ก็เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองปล่อยให้ลูกอยู่กับสื่อ ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นเพราะพ่อแม่ไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเด็ก โดยเฉพาะการชวนเด็กทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ด้วยกันกับครอบครัว ที่ทำให้มีโอกาสถ่ายทอดวิถีการดำเนินชีวิต ทักษะชีวิต การคิดทบทวน การยับยั้งชั่งใจ สิ่งเหล่านี้จะเรียนรู้จากการใช้ชีวิตร่วมกัน

เด็ก 14-15 ปี การปล่อยเขาให้อยู่กับเกมตั้งแต่เล็กๆ เด็กจะขาดพัฒนาการด้านจิตใจและอารมณ์ ไม่เกิดกระบวนการคิด เด็กจะเน้นการวางแผนการเล่นในเกม แต่ไม่รู้จักคิด ตั้งคำถาม สังเกตเรื่องที่ตนเองกำลังทำอยู่ โดยเฉพาะเด็กที่ติดเกมมักมีปัญหา 2 เรื่อง คือ 1.ด้านจิตใจ เด็กมีความเครียดตลอดเวลา 2.เขาเสพติดเกมเหมือนกับการเสพยาบ้า กรณีนี้เห็นชัดเจนและรุนแรงคล้ายกับกรณีที่ลูกติดยาบ้ามาขอเงินซื้อยาแล้วแม่ไม่ให้ก็ทำร้าย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่าเด็กแค่รู้สึกเสียใจ เพราะเขาไม่สามารถยั้งคิด ยับยั้งชั่งใจ เพราะไม่ได้เติบโตมาดีเท่าที่ควร เป็นเพราะปล่อยให้อยู่กับเกมและสื่อต่างๆ การจะดึงเด็กออกมาจึงเป็นเรื่องยากมาก

พ่อแม่ควรชวนลูกออกไปทำกิจกรรมออกกำลังกาย ไปเล่นเกม แต่ไม่ใช่เกมคอมพิว เตอร์ เหมือนในสมัยก่อนที่ไม่ต้องใช้อิเล็กทรอ นิกส์ จะเดินเที่ยวออกกำลังกาย ถีบจักรยาน ซึ่งมีมากมาย หรือทำกับข้าวนั่งรับประทานด้วยกัน

เราไม่ควรปล่อยเด็กไว้กับคอมพิวเตอร์ ทีวี สื่อต่างๆ เป็นความสบายเฉพาะหน้า มีสำนวนที่ว่า "ทางเตียนเวียนลงนรก ทางรกวกขึ้นสวรรค์" ควรยอมเหนื่อยที่จะใช้เวลากับลูก เขาจะซึมซับพฤติกรรมการเป็นแบบอย่างที่ดีจากพ่อแม่ และเกิดความรักผูกพันกัน เขาจะไม่ทำร้ายพ่อแม่ เพราะเขารักพ่อแม่ เหมือนเรารักลูกก็จะไม่ทำร้ายเขา

หากเราทิ้งเด็ก เด็กจะมีปัญหาซึมเศร้าและผิดปกติทางจิต พัฒนาการด้านต่างๆ ไม่ดี ทั้งเรื่องสติปัญญา จิตใจ สังคม กระบวนการคิดไม่พัฒนา เขาอาจไม่รู้สึกผิด อาจแค่เสียใจแต่ไม่สำนึกว่าทำสิ่งที่ร้ายแรงขึ้น ต้องมีกระบวนการบำบัดฟื้นฟูให้สอดคล้องกับตัวเขา

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROc1lXUXdNVEEyTVRFMU5RPT0=&sectionid=TURNeE5BPT0=&day=TWpBeE1pMHhNUzB3Tmc9PQ==