เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 31 ต.ค. พ.ต.ต.ประยุทธ พึ่งเคหา พงส.สบ1 สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุลูกแทงแม่เสียชีวิต ในบ้านเลขที่ 99/731 หมู่บ้านนักกีฬา ซ.หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง 5 แยก 12 แขวงและเขตสะพานสูง รุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ และหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวบนเนื้อที่ 100 ตรว.ภายในบ้าน ที่ประตูห้องนอนพบศพนางอริยา เกสดี อายุ 50 ปี สภาพศพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมชุดนอนลายลูกไม้ มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดสปาต้าเข้าที่ด้านหลัง 4 แผล   นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีกรายญาติได้นำส่งรพ.ลาดพร้าว ทราบภายหลังว่าชื่อ ชื่อน.ส.กาญจนาพร เกสดี อายุ 29 ปี เป็นลูกสาวของผู้เสียชีวิต มีบาดแผลที่แขนและขาหลายแห่ง ส่วนมือมีดชื่อด.ช.เอก (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนชื่อดังในย่านนั้น อยู่ในอาการเหม่อลอย ยืนถือมีดสปาต้าอยู่ โดยมีจ.ส.อ.พงษ์พันธ์ เกสดี อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นพ่อ คอยปลอบใจอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปสอบสวนที่สน.ประเวศ

 

 พ.ต.ต.ประยุทธ เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจากการสอบสวน ด.ช.เอก ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุอยู่ในบ้านกับแม่และพี่สาวและหลานรวมเป็น 4 คน ตนเองนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ และได้เข้าไปเล่นเฟซบุ๊กและดูโทรทัศน์ด้วย ส่วนคนอื่นเข้านอนแล้ว และถูกนางอริยา มารดา ต่อว่าว่าเล่นแต่เกมกับคอมพิวเตอร์ไม่ได้ช่วยทำงานบ้าน ให้ตนเองเลิกเล่น จากนั้นแม่ได้กลับไปเข้าห้องนอน ด้วยความโมโหตนเองจึงไปหยิบมีดสปาต้า แล้วเข้าไปในห้องแม่ ขณะนั้นแม่นอนอยู่ จึงได้เข้าไปแทงและฟันแม่ภายให้องนอน แม่พยายามวิ่งหนีแต่ไม่พ้นถูกตนเองแทงตายคาประตูห้องนอน จากนั้นได้เข้าไปไล่ฟันพี่สาวแต่พี่สาวได้วิ่งหนีเข้าไปล๊อคห้องนอนแล้ว โทรบอกพ่อให้มาช่วย

 

 จากการสอบสวน จ.ส.อ.พงษ์พันธ์ อดีตทหารสื่อสาร สามีผู้ตายให้การว่าไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ไม่คิดว่ลูกชายจะทำร้ายแม่ได้ ถึงแม้ว่านิสัยปกติของลูกชาย จะไม่ค่อยช่วยทำงานบ้าน เล็บก็ไม่ตัดและตอนเด็กๆ ก็มีอาการคล้ายเด็กพิเศษแต่ก็ไปรักษาแล้วก็ไม่มีอาการอีก แต่ก็คอยเตือนแม่กับพี่สาวว่าอย่าไปว่าน้องมาก เพราะน้องไม่ค่อยปกติมาก่อน เป็นเด็กเก็บกดไม่มีที่ระบายออก ซึ่งตนเองกับภรรยาก็ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน แยกกันอยู่คนละบ้านแต่ไม่ได้เลิกรากันแต่อย่างใด เพราะไม่ถูกกับญาติพี่น้องตน จึงไปเช่าบ้านอยู่ใก้ลกัน จนเกิดเหตุลูกสาวโทรมาบอกจึงรีบเข้าไปที่บ้านเห็นลูกชายยืนถือมีดอยู่หน้า บ้านแล้ว
 
  พ.ต.ต.ประยุทธ เปิดเผยต่อว่า เบื้องต้นได้ทำการควบคุมตัวไว้สอบปากคำพร้อมกับผู้เกี่ยวข้องตามกฏหมาย เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชนอยู่ ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาแต่อย่างใด  ต้องรอสอบสวนพร้อมผู้เกี่ยวข้องก่อน

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU1UWTFNalk0TkE9PQ==&subcatid=