มาร์ค ซัคเคอร์เบอร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ  เฟซบุ๊ก ได้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า “เมื่อเช้าวันนี้ มีผู้ใช้ เฟซ บุ๊กที่ยังคงเหนียวแน่นอยู่ทุกเดือนถึงพันล้านคนแล้ว” ใหญ่ที่สุดในโลกสังคมออนไลน์อยู่แล้วก็ใหญ่ขึ้นอีก

ซัคเคอร์เบอร์ก ยังกล่าวต่อไปว่า “การช่วยให้คนทั้งพันล้านคนติดต่อกันได้เป็นเรื่องน่าทึ่ง อยากจะขอกล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนว่าสิ่งนี้ทำให้ผมภูมิใจมากที่สุดในชีวิต”

วันที่ผมเขียนบทความนี้คนคงจะทะลุพันล้านไปเยอะแล้วแหละ แต่ก็หมายความว่าทุก 1 ใน 7 คนของโลกนี้เขาใช้ เฟซบุ๊กสำหรับติดต่อกัน

ถ้านึกย้อนอดีตของต้นกำเนิดสื่อออนไลน์ยักษ์ใหญ่ที่มีอยู่ทุกหนแห่งทั่วโลก นี้ ก็คงจะจำกันได้ว่า มาจากหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแล้วก็เจริญเติบโตครอบคลุมไปทั้ง ทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป แล้วก็คืบคลานเข้ามาแถบทวีปเอเชียและประเทศกำลังพัฒนา ทั่วโลกมีประเทศที่ใช้ เฟซ บุ๊กมากกว่า 200 ประเทศจากสถิติของออล เฟซ บุ๊ก จากประเทศที่เล็กที่สุดในโลกอย่างวาติกัน ซึ่งเป็นเมืองของพระสังฆราชแห่งคริสจักรทั่วโลก ซึ่งมีผู้ใช้ 20 คนจนถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งมี  ผู้ใช้ 166 ล้านคน

เฟซบุ๊กเริ่มเมื่อตอนเดือนธันวาคมปี 2004 หรือ 8 ปีก่อนด้วยผู้ใช้แค่ 1 ล้านคน ในช่วงยุคแรกผมก็เคยนำมาเขียนในเดลินิวส์ถ้าจำได้ประเทศไทยใช้ ไฮไฟว์ในตอนนั้น มาถึงเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2009  เฟซบุ๊กมีผู้ใช้ 250 ล้านคน ปีต่อมาในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2010 มี ผู้ใช้ 500 ล้านคน ล่าสุดก็ประกาศตัวเมื่อวันก่อน (เดือนตุลาคม) ว่ายอดทะลุหลัก 1,000 ล้านคน

ถ้ามาดูด้านรายรับของ เฟซบุ๊ก ลูกค้าประเภทเกรดเอ ซึ่งมียอดผู้ใช้ประมาณ 20% อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แต่สร้างรายได้ถึง 48% หรือเกือบครึ่งอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านล้านบาทในควอเตอร์สุดท้าย ซึ่งเทียบกับ    ผู้ใช้ในทวีปเอเชียแล้ว รายรับที่ได้จากทวีปอเมริกาเหนือ สูงกว่าถึง 5.8 เท่า

แม้ว่าเฟซบุ๊กได้เปิดตัวขายหุ้นไปในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นข่าวใหญ่ แต่นักลงทุนซื้อหุ้นของเฟซบุ๊กก็ยังคงไม่ได้วางใจในความสำเร็จของ เฟซบุ๊กมากนัก และหุ้นของเฟซ บุ๊กตกไปถึง 40%ในขณะนี้

ทางเฟซบุ๊กจึงต้องขยายตัวเองเข้าสู่กิจการมือถือเคลื่อนที่อัจฉริยะกับเขา บ้าง เพราะบริษัทซิสโก้ ได้ทำนายไว้ว่าสิ้นปีนี้ทั่วโลกจะมีจำนวนเลขหมายของมือถือมากกว่าประชากรของ โลก

มีผู้ใช้มือถือเพื่อเข้าใช้บริการ เฟซบุ๊ก มากถึง 100 ล้านคนหรือประมาณ 10% ของ   ผู้ใช้เฟซบุ๊กทั่วโลก

เพราะเฟซบุ๊กจำต้องบุกเข้าเจาะตลาดมือถือให้ได้และจากการวิจัยทางการตลาดพบ ว่า ยอดรายได้ของเฟซบุ๊กในตลาดมือถือในปี ค.ศ. 2014 จะสูงถึงเกือบ 20 ล้านล้านบาท ซึ่งก็จะเป็นรองจากกูเกิ้ลเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามรายได้หลักของเฟซ  บุ๊กก็ยังคงอยู่ที่การขยายฐานจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊ก อยู่ดี แม้ว่าจะมีฐานลูกค้าซึ่งเป็นผู้ใช้ประมาณหนึ่งพันล้านคนแล้ว อย่างไรก็จะต้องหามาเพิ่มเติมอีกในอนาคต

จึงทำให้เฟซบุ๊กจ้องมองไปที่ประเทศจีน ซึ่งมีประชากรถึง 1,300 ล้านคน แต่ประเทศจีนเขาก็มี เหรินเหริน ซึ่งก็เป็นเหมือน เฟซบุ๊ก ซึ่งประเทศจีนเขาสร้างขึ้นมาเองอยู่แล้ว

หากท่านผู้อ่านยังจำได้ ซัคเคอร์เบอร์ก คงจะยังไม่ยอมแพ้ที่จะบุกเข้าประเทศจีนให้ได้เพราะอย่างน้อย เจ้าสาวของซัคเคอร์เบอร์ก ก็เป็นชาวจีนชื่อ พริสซิลล่า ชาน ที่ญาติอยู่ในประเทศจีนเยอะ

ผมก็ให้กำลังใจก็แล้วกันในการฝ่าบุกเข้าประเทศอดีตหลังม่านไม้ไผ่อย่างจีน เพราะเจ้าของเฟซบุ๊กเชื้อสายยิวอุตส่าห์เลือกแฟนคนจีนมาแต่งงานแล้ว อาจจะได้ฐานลูกค้าขนาดใหญ่มาก็ได้.

รศ.ดร.บุญมาก  ศิริเนาวกุล
อธิการบดี มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
boonmark@stamford.edu

http://www.dailynews.co.th/technology/160034