แว้น แว้นนน !! เสียงเล็กแหลมแสบหูลั่นรำคาญโสตประสาทในยามค่ำคืน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนที่กำลังหลับใหล ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่อยากให้เรียกว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะนับวันยิ่งขยายเครือข่ายบวกกับใช้เทคโนโลยีหลบเลี่ยงตำรวจ แล้วไหนจะกฎหมายที่ไม่ได้ความไม่น่าเกรงกลัว จึงทำให้ปัญหานี้ยิ่งหนักหน่วงขึ้นไปทุกวัน



       
       ซิ่ง..บิด..ป่วนเมือง
       
       คงไม่มีใครปฏิเสธว่าปัญหา เด็กแว้น เป็นปัญหาวัยรุ่นน่าเครียดลำดับต้นๆ ที่ไม่สามารถปราบปรามและแก้ปัญหาได้ถูกจุดเสียที ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ตุลา ที่ สน.พญาไท ก็ได้ระดมกำลังพร้อมรถเครื่องสามล้อ 60 คัน ปิดถนนกั้นทางแยกเพชรบุรีตัดใหม่ ล้อมจับเด็กแว้นได้กว่า 60 คน ยึดของกลางรถจักรยานยนต์ 60 คัน พร้อมตรวจเจอปัสสาวะสีม่วง 4 ราย
       
       รวมถึงในวันเดียวกันที่ตำรวจต้องผนึกกำลัง 2 พื้นที่คือ สภ.บางแก้ว ส ภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เพื่อปราบเด็กแว้นให้อยู่หมัด แล้วก็จับกุมได้ผลงานเป็นที่น่าพอใจ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดจำนวน 59 คน รถจักรยานยนต์จำนวน 54 คัน รถยนต์กระบะ จำนวน 3 คัน และรถยนต์เก๋งจำนวน 1 คัน ที่ใช้เป็นรถกรุยทางและเป็นรถคุ้มกันบรรดาแก๊งซิ่ง
       
       หลังสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอย่างไม่ยำเกรง จนความอดทนของใครบางคนถึงขีดจำกัด เด็กแว้นจึงกลับกลายมาเป็นเหยื่อเสียเอง หากยังจำกันได้เมื่อเดือนกรกฎาคม ณ ย่านใจกลางเมือง ริมรั้วจุฬาฯ ที่เกิดเหตุการณ์เด็กแว้นดับเพราะโดนยิงจากทางด้านหลังทะลุตัดขั้วหัวใจ นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด ถึงแม้เพื่อนที่มาด้วยจะให้การว่าไม่ได้เป็นกลุ่มเด็กแว้น เพียงแต่มาพบแก๊งรถจักรยานยนต์จำนวนมาก 30-40 คัน บริเวณสี่แยกปทุมวัน จึงขับขี่รถจักรยานยนต์รวมกลุ่มกันมาเพื่อขับขี่รถเล่นเท่านั้นเอง
       
       เหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้เด็กแว้นบางคนเสียขวัญไม่น้อย หากวันใดวันหนึ่งมีคนเกิดโทสะ เผลอพลั้งลงมือเหมือนครั้งนี้ก็ย่อมต้องมีคนเสียชีวิตอีกคราว จะออกไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ไปซิ่งเอาสนุก แต่ทุกข์เพราะได้กระสุนกลับมาคงไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก

       


       
       เส้นทางวัยรุ่น ประลองซิ่ง
       
       วัยรุ่นคือวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ความคิดก้ำกึ่งระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ดังนั้นพฤติอกรรมบางอย่าง ที่พวกเขาแสดงออกจึงผิดทิศผิดทางไปบ้าง อย่างการเป็นเด็กแว้น ซิ่งความเร็ว บิดเสียงท่อไอเสียจนแสบหู โดยการทำตัวเป็นเด็กมีปัญหานั้น พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผอ.สถาบันราชานุกูล อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า
       
       “พฤติกรรมนี้จัดเป็นพฤติกรรมเสี่ยงในวัยรุ่น ทั้งเป็นอันตรายต่อทั้งตนเองและผู้อื่น เกิดจากการอยากท้าทายสังคม พอสังคมไม่สนับสนุน ไม่เห็นคุณค่าก็จะแสดงออกด้วยการท้าทายสังคม อีกสิ่งคือ การที่เขารู้สึกไม่มีความหมายในชีวิต เลยต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ชีวิตมีค่า มีความหมายมากขึ้น ได้การยอมรับจากผู้อื่น แล้วพอพวกเขาสามารถรวมกลุ่มได้ใหญ่ๆ มีจำนวนคนเยอะๆ ก็จะเกิดความรู้สึกมั่นใจในตนเองมากขึ้น
       
        กลุ่มพวกเด็กแว้นเราจะสามารถแบ่งพวกเขาได้ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือพวดฮาร์ดคอร์ คือแข่งรถ ประลองความเร็วเป็นประจำ กลุ่มที่สองคือ ตามกลุ่มเข้าไป ขับไปรวมกลุ่มด้วย และกลุ่มที่สามคือ เป็นเด็กที่ออกมาดูอย่างเดียว ซึ่งทั้งหมดก็จะอยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาว บางคนอยู่ในช่วงติดเพื่อนก็จะตามเข้าไป ซึ่งพอ เริ่มมีอายุมากขึ้น เขาจะออกไปประกอบอาชีพ ทำงาน อยากใช้ชีวิตแบบมั่นคง พวกที่อยู่ในกลุ่มที่สองก็จะขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มแรก ดังนั้นมันจึงเป็นวัฏจักรไปเรื่อย ไม่หมดสิ้น
       
       นอกจากปัญหาเด็กแว้นที่เป็นวงจรเกิดขึ้นมาหลายปีแต่ไม่สามารถตัดให้ ขาดได้แล้ว สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ วิธีการในการรวมกลุ่ม การแข่ง ซึ่งจากข่าวก็พบว่ามีทั้งวิทยุสื่อสาร มีรถยนต์คอยประกบ เพื่อหลบหนีตำรวจ โดย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ได้บอกเล่าถึงกระบวนการของเด็กแว้นทั้งหลายที่ต้องกระทำการแข่งซิ่งแบบรัดกุมยิ่งขึ้น
       
       “สำหรับกระบวนการของกลุ่มเด็กแว้นซึ่งในตอนนี้เราจะเห็นว่ามีการรวมตัวกันมากขึ้น รัดกุมมากขึ้น เขาก็จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างแอปพลิเคชั่น สำหรับการนัดรวมตัวกันรวมไปถึงขยายเครือข่าย และก็จะมีส่วนที่เป็นข้อมูลสำหรับใช้ในการหลบเลี่ยงกับตำรวจ เพราะฉะนั้นทางเราจึงต้องกวดขันมากขึ้นไม่เว้นแต่เด็กแว้น แต่รวมถึงผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็วเกินกำหนดด้วย”
       
       ไม่ได้มีเพียงแต่แค่กลุ่มเด็กแว้นเท่านั้น แต่กลุ่มคนที่ต้องได้รับความเดือดร้อนก็หาทางป้องกันตัวเองโดยการหลีกเลี่ยง เส้นทางที่เด็กแว้นใช้บิดประลองความเร็วกัน อย่างเพจ สมาคมต่อต้านเด็ก แว๊นและสก๊อย แห่งประเทศไทย ก็เป็นอีกเพจหนึ่ง ที่จะคอยบอกข้อมูลระวังภัยกลุ่มเด็กแว้น หรือกลุ่มต่อต้าน•เด็กแว๊นและสก๊อย•แห่งประเทศไทย ที่มีไว้คอยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องของเด็กแว้นกัน

       


       
       แก้ปัญหาให้ถูกจุด
       
       ปัญหาที่แก้ไม่ได้เหมือนพายเรือในอ่าง วนไปเวียนมาอย่างนั้น ปัญหาเด็กแว้นก็เช่นกันที่ไม่สามารถกำราบให้หมดไป เพราะกลุ่มเด็กแว้นนั้นวิถีเป็นแบบวัฏจักร รุ่นเก่าๆ หมดไป เด็กวัยรุ่นหน้าใหม่ๆ ก็จะเข้ามา ดังนั้นเด็กแว้นจึงไม่หมดไปอย่างง่ายดาย เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปัญหานี้ยังคงเหมือนเดิม คงหนีไม่พ้นเรื่องของตัวบทกฎหมายที่อ่อนแอ อย่างที่ใครหลายคนคิดรวมถึง พล.ต.ต.ปิยะ ด้วยเช่นกัน
       
       “ความผิดสำหรับเด็กแว้นในทางกฎหมาย คือแข่งรถในทาง รวมถึงความผิดของผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยบุตรหลาน ซึ่งเหตุที่ปราบเด็กแว้นยากนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎหมายคุ้มครองเด็กที่มีกระบวนการยุ่งยาก ทำให้ตำรวจทำงานได้ยากขึ้นและมันก็ไปเอื้อต่อเด็กให้กระทำความผิด เพราะโทษที่ได้รับมันไม่รุนแรง”
       
       ในวิกฤตย่อมมีโอกาส ถึงแม้เด็กแว้นจะเป็นปัญหากวนใจ แต่ก็มีผู้ใหญ่อย่าง ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ได้ฉุกคิดประกายไอเดียให้ “เด็กแว้น” อนาคตของชาติได้นำความชื่นชอบของตนเอง รวมถึงฝีมือเรื่องเครื่องยนต์กลไกมาพัฒนาให้เป็นแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมยาน ยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งในขณะนี้กำลังขาดแคลน
       
       เด็กกลุ่มนี้ยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพมาก โดยเฉพาะเรื่องการตกแต่งยานยนต์ แต่ส่วนใหญ่ไปใช้ในทางที่ผิด สร้างความเดือดร้อนให้สังคม ภาคเอกชนจึงมีแนวคิดที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุนให้เด็กแว้นให้มีงานทำและสร้าง ประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม โดยงานที่เหมาะกับเด็กแว้นหากสามารถพัฒนาฝีมือได้ เช่น เป็นช่างในธุรกิจการตกแต่งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือบริษัทที่มีการแข่งรถประเภทต่างๆที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
       
       แนวคิดนี้ ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์มีความสนใจที่จะร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำเด็กแว้นมาพัฒนาฝีมือ เพื่อเข้าสู่แรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีไม่น้อยที่จะได้ดึงความสามารถจากกลุ่มเด็กที่ถูกสังคม ชิงชังรังเกียจให้ได้เป็นที่ยอมรับ รวมถึงเป็นการแก้ปัญหาสังคมเด็กแว้นกวนเมือง และสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานยานยนต์ได้ในคราวเดียว
       
       สุดท้ายคือครอบครัวที่ต้องหันมาดูแลเอาใจใส่ ให้ความรักความเข้าใจ และแนะนำสั่งสอนชีวิตวัยรุ่นให้เป็นเยาวชนที่ดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อ่าน ดังที่ พญ.พรรณพิมล กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้
       
       “ครอบครัวนั้นสำคัญมากในเรื่องของการป้องกัน เพราะหลายครั้งเด็กแว้นเป็นเด็กที่หลุดออกจากระบบครอบครัวไปแล้ว ซึ่งครอบครัวนั้นต้องมีทักษะในการแก้ปัญหาวัยรุ่น สร้างรากฐานที่ดี และให้เขามีทางเลือกในการแสดงออก
        
       

       


       
       ** ล้อมกรอบ *
       เด็กแว้น หมายถึง วัยรุ่นผู้ชายที่ชอบเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ให้มีเสียงดังแว้นๆ
       โดยสิ่งมีชีวิตที่คู่กับเด็กแว้นจะนั่งซ้อนท้ายอยู่ที่มอเตอร์ไซค์เป็นวัยรุ่นผู้หญิง เรียกว่า เด็กสก๊อย
        
       
       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ Live


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000123444