สถาบัน รามจิตติ ชี้ไทยมีปัญหาเด็กด้อยโอกาสหลุดระบบการศึกษากว่าล้านคน จี้ รบ.เร่งแก้ไขก่อนจัดการศึกษาเพื่อเข้าสู่ประชาชนอาเซียน ย้ำปรากฏการณ์ฟองสบู่ไทย-ยุโรปคล้ายคลึงกัน เกิดจากการเมืองแบบประชานิยมเกินพอดี เน้นการศึกษาบนสามเสาหลัก สำนึกและความเป็นพลเมืองอาเซียน การแบ่งปันและสร้างคุณค่าของการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม
       
       ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสถาบันรามจิตติ กล่าวระหว่างการเสวนาเรื่อง "จับ กระแสการเตรียมคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาเซียน : วางทิศคิดทางประเทศไทย" โครงการจับกระแสความเคลื่อนไหวและนวัตกรรมในการจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กและ เยาวชน (INTREND) โดยสถาบันรามจิตติภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า ในประชาคมยุโรปมีปรากฏการณ์ฟองสบู่ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจธนาคารและสถาบันการ เงินในยุโรปโดยเฉพาะอังกฤษ สเปน และไอร์แลนด์ อันเป็นปรากฏการณ์คล้ายคลึงกับที่เกิดกับไทยในต้นทศวรรษ 2540 ที่เด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เกิดไม่ทัน เป็นเรื่องที่สอนใจคนรุ่นใหม่ได้ดีตั้งแต่เรื่องความโลภ ความไม่มีวินัยไปจนถึงความรวยแบบลวงตาที่ไม่ยั่งยืน ที่คนรุ่นใหม่น่าจะเรียนรู้จดจำไว้
       
       ดร.อมรวิชช์ กล่าวอีกว่า นอกจากประสบการณ์ของการเมืองแบบประชานิยมเกินพอดี ที่พยายามขยายระบบรัฐสวัสดิการจนนำความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจ ของกรีซ ประชาคมยุโรป ยังมีบทเรียนจากความพยายามที่ผิดพลาดในการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและการอยู่ ร่วมกันระหว่างผู้ตนและแรงงานต่างเชื้อชาติที่กลายเป็นความแปลกแยกทาง วัฒนธรรมและก่อให้เกิดโรคกลัวคนต่างชาติ จนกลายเป็นการละเลยจำกัดโอกาสทางเศรษฐกิจ การศึกษา ตลอดจนพื้นที่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของชนกลุ่มน้อยและแรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสอนใจคนรุ่นใหม่ได้เช่น กันว่ารากฐานที่แท้แห่งความเข้มแข็งและความสำเร็จของประชาคมภูมิภาคนั้นมา จากการเรียนรู้ที่จะแบ่งปันและสร้างคุณค่าของการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียนที่จะทำให้ไทยเรามีท่าทีที่ถูกต้องต่อการเป็น ประชาคมอาเซียน

ภาพประักอบจากอินเทอร์เน็ต

       ด้าน ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ หัวหน้าโครงการ INTREND กล่าวว่า ก่อน จะตั้งโจทย์ในการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมคนเข้าสู่อาเซียนนั้น ไทยเรายังมีปัญหาพื้นฐานทั้งในเรื่องโอกาสและคุณภาพการศึกษา โดยยังมีเด็กด้อยโอกาสหลุดจากระบบการศึกษานับล้านคน กลายเป็นแรงงานที่ด้อยคุณภาพ ขาดโอกาสการพัฒนา อีกทั้งคุณภาพการศึกษาโดยรวมก็ยังตกต่ำจากการขาดกำลังครูและปัจจัยสนับสนุน ที่มีคุณภาพและทั่วถึงซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ซึ่งตนอยากเน้นยุทธศาสตร์เชิงประเด็นที่สำคัญๆ และมีผลกระทบสูงเพื่อตอบโจทย์สามเสาหลักอาเซียน โดยในเสาหลักด้านสังคมวัฒนธรรมนั้น ตนอยากเน้นให้มาก เพราะเป็นรากฐานความเข้มแข็งของประชาคมระยะยาว โดยอยากให้รัฐส่งเสริมการศึกษาเพื่อความเข้าใจในรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านกระบวนการวิจัยที่จะพัฒนาทักษะการคิดที่ทรงพลังให้ แก่เด็กได้
       
       ดร.จุฬาภรณ์ กล่าวด้วยว่า ในเชิง เนื้อหาควรเน้นประเด็นการค้นคว้าเกี่ยวกับวัฒนธรรมการใช้ชีวิตรอบๆ ตัวที่มีความเกี่ยวพันกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเรื่องง่ายๆ ที่เด็กๆ จับต้องได้ ในส่วนเสาหลักทางเศรษฐกิจนั้น ตนอยากเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะแรงงานทั้งในกลุ่มอายุวัยเรียนและแรงงาน นอกกลุ่มอายุวัยเรียนอีกหลายสิบล้านคน โดยมีเป้าหมายการพัฒนาหรือโครงการผลิตรองรับที่ชัดเจน และอาศัยกลไกสถาบันอาชีวศึกษา วิทยาลัยชุมชน ตลอดจนการศึกษานอกระบบเป็นสำคัญโดยให้ท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่เข้ามาร่วมสนับ สนุนและรับประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นร่วมกับเพื่อนบ้าน และในส่วนเสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคงนั้น ตนขอให้เน้นเรื่องการเคารพในพันธะสัญญาหรือข้อปฏิบัติที่มีร่วมกัน โดยเฉพาะพันธะสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ยังมีการละเมิดอยู่ในภูมิภาคนี้อยู่ อีกมาก เช่น การใช้แรงงานเด็ก การบังคับค้าประเวณีเด็ก และการค้ามนุษย์ในรูปแบบอื่นๆ ตลอดจนการร่วมกันปราบปรามแก๊งค์อาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น อันจะเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของประชาคมอาเซียนในเวทีโลกขึ้นโดยรวมและมีผล ต่อความมั่นคงของประชาคมในระยะยาวอีกด้วย
       
       ด้าน ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กล่าวว่า เวทีเสวนาใน ครั้งนี้ตั้งโจทย์การสร้างกำลังคนที่มีหลายประเด็นที่ท้าทายยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องมิติสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กรุ่นใหม่จำต้องเรียนรู้การอยู่ ร่วมกันสังคมอาเซียน ซึ่งหลังจากวันนี้สกว.จะนำข้อเห็นเพิ่มเติมจากเวทีเสวนาไปพัฒนาโจทย์วิจัย เพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000100790