อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

       ความร่วมมือของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2558 หรืออีกไม่ถึง 3 ปี ในแง่มุมของอาชีพมี 7 อาชีพที่จะได้รับผลกระทบทันทีเพราะจะสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี คือ 1.แพทย์ 2.ทันตแพทย์ 3.พยาบาล 4.วิศวกร 5.สถาปนิก 6.ช่างสำรวจ และ7.นักบัญชี
       
       อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด ที่ปรึกษางานด้านการพัฒนาองค์กร กล่าวว่า การมองไปยังอาเซียน 10 ประเทศ ในมิติของค่าจ้างและคุณภาพชีวิตมีประเทศที่อยู่ในระดับเดียวกับประเทศไทย คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ประเทศที่อยู่ในระดับที่สูงกว่า คือ สิงคโปร์ และประเทศที่อยู่ในระดับต่ำกว่า คือ ลาว เขมร พม่า และบรูไน ซึ่งในการเคลื่อนย้ายจะเป็นไปตามการดึงดูดที่แตกต่างกัน
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกแต่ละอาชีพจะเห็นว่ามี 3 อาชีพที่จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก คือ ทันตแพทย์และพยาบาล เนื่องจากทันตแพทย์คนเดียวสามารถเปิดคลินิคประกอบอาชีพได้ ขณะที่ คนต่างชาติที่อยู่ในไทยต้องการทันตแพทย์ที่พูดภาษาอังกฤษได้ นอกจากนี้ สิงคโปร์ซึ่งขาดแคลนทันตแพทย์มีการเปิดโอกาสให้ทันตแพทย์ต่างชาติแปลง สัญชาติเป็นสิงคโปร์ได้ ในตอนนี้จึงมีทันตแพทย์จากยุโรปเข้าไปทำงานในสิงคโปร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ประกอบอาชีพทันตแพทย์ในไทยจะได้รับผลกระทบเนื่องจากทันตแพทย์จาก ยุโรปจะผ่านมาทางสิงคโปร์และเข้าไทยได้ง่ายมาก
       
       สำหรับพยาบาลซึ่งประเทศไทยรวมทั้งทั่วโลกอยู่ในภาวะขาดแคลนมาอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุที่พยาบาลไทยขาดแคลนเพราะไปทำงานในต่างประเทศที่มีรายได้ดีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น เช่น ไปอยู่ในคลินิคเสริมความงาม หรือไปอยู่ในธุรกิจสินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนมากขึ้น เพราะการไหลออกไปต่างประเทศจากการขยายตัวของการลงทุนด้านโรงพยาบาลในประเทศ ต่างๆ ที่จะเปิดขึ้นมาแข่งกับประเทศไทย เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจทำให้มีเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้น
       
       อีกอาชีพคือวิศวกรซึ่งวิศวกรไทยน่าจะมีการไหลออกเพราะเมื่อประเทศ ต่างๆ ต้องการพัฒนาประเทศมากขึ้นจะมีความต้องการวิศวกรทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น วิศวกรโยธา เครื่องกล ปิโตรเคมี ฯลฯ ขณะที่วิศวกรจากลาวน่าจะเคลื่อนย้ายเข้ามาในไทยเพราะพูดภาษาไทยได้ โดยเฉพาะการทำงานในโรงงานซึ่งต้องมีการสื่อสารกับคนงาน ขณะที่ ปัจจุบันมีชาวพม่า เวียดนาม และเขมร เข้ามาเรียนสาขาวิศวกรรมศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษหรือวิศวะอินเตอร์ฯ ที่เปิดสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
       
       ส่วน 4 อาชีพ คือ แพทย์เป็นอาชีพแรกที่ไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนักเนื่องจากมีอุปสรรคด้าน ภาษา เพราะต้องใช้ภาษาไทยในการสอบ แต่ที่น่าสนใจอยู่ที่การเข้ามาเรียนแพทย์ในประเทศไทยของชาวต่างชาติของ ประเทศที่อยู่ในระดับต่ำกว่าเพื่อให้การศึกษาเป็นสะพานเข้าสู่การทำงานใน ประเทศไทยง่ายขึ้น ขณะที่ สถาปนิก เป็นอาชีพที่ไม่ขาดแคลนสำหรับประเทศไทย เช่นเดียวกับนักบัญชีซึ่งมีมากและเป็นคนค่อนข้างอนุรักษ์นิยม มักจะเก็บตัว ไม่ค่อยจะขวนขวายออกไปทำงานต่างประเทศ และอาชีพสุดท้ายคือช่างสำรวจคาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกันเพราะคนที่ทำ งานนี้มีมากพอกับความต้องการ
       
       6 ปัจจัยกระตุ้นปัญหาแย่งคนเก่ง
       
       นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กรยังกล่าวถึงสาเหตุที่จะทำให้ปัญหาการแย่งคน เก่งในประเทศไทยรุนแรงขึ้นว่า มาจาก 6 ปัจจัยคือ ปัจจัยแรก ประมาณ 4-5 ปีข้างหน้าจะขาดแคลนผู้บริหารองค์กรในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะปัจจุบันมีผู้บริหารที่อายุประมาณ 55 ปีมากกว่า 40-50% ขึ้นไปจะเกษียณอายุ ปัจจัยที่สอง คนรุ่นใหม่มีค่านิยมอยากเป็นอิสระ เลือกประกอบอาชีพส่วนตัวมากขึ้น ปัจจัยที่สาม คนรุ่นใหม่มีค่านิยมชอบเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ ยิ่งอายุน้อยยิ่งเปลี่ยนงานเร็ว
       
       ปัจจัยที่สี่ คนปัจจุบันพูดเรื่องการใช้ชีวิตอย่างสมดุล และเมื่อพูดถึงการเกษียณก่อนอายุจะมีคนสมัครซึ่งส่วนมากเป็นคนเก่ง ปัจจัยที่ห้า การขยายตัวของธุรกิจต่างๆ และปัจจัยที่หก อัตราการเกิดของเด็กในประเทศไทยอยู่ในอัตราส่วนไม่ถึง 2 คนต่อครอบครัว ทำให้โอกาสที่จะมีคนเก่งหรือคนที่มีศักยภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญในองค์กรลดลง หรือยากขึ้นไปด้วย และจะทำให้เกิดการซื้อตัวคนเก่งมากขึ้น

http://www.manager.co.th/Weekly54/ViewNews.aspx?NewsID=9550000092313