นพ.ประเวศ วะสี

       “หมอประเวศ” ชี้สังคมไทยตกอยู่ในวิกฤตความซับซ้อน แนะระดมพลังนักสื่อสารสร้างความเข้าใจสู่สังคมใหม่ นักวิชาการ เผยพื้นที่สื่อเด็ก-เยาวชนมีไม่ถึง 1% แนะตั้ง “กองทุนสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย” พัฒนาสื่อทั้งระบบ ขณะที่ตัวแทนเด็กรวมตัวผลิตสื่อพัฒนาการเรียนรู้ หวังพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
       
       วันนี้ (1 ก.ย.) ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาวิชาการเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา มสธ.ครบรอบ 32 ปี โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวในการแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง “สื่อสร้างสรรค์ผ่านวิกฤตสู่การสร้างสังคมใหม่” ว่า
        
       ปัจจุบันสังคมไทยเกิดวิกฤติแห่งความซับซ้อน และไม่สามารถออกจากวิกฤตได้เนื่องจากไม่มีความรู้และทักษะ เครื่องมือที่จะนำเราออกจากวิกฤตการณ์ความซับซ้อนนี้ คือ การเรียนรู้ในการปฏิบัติร่วมกัน การเชื่อมโยงประสบการณ์จากในตัวคนและจากฐานชุมชน ซึ่งจะทำให้เกิดสังคมของการอยู่ร่วมกัน ความเชื่อถือไว้วางใจกัน และความเป็นธรรมที่เกิดจากการเคารพความรู้ในตัวคน ซึ่งเป็นทุนของการพัฒนาที่สำคัญ
       
       “จุดใหญ่คือ ต้องออกจากสังคมการใช้อำนาจไปสู่สังคมการเรียนรู้ เพราะอำนาจเป็นไวรัสร้ายที่เกาะกินสังคมไทย และสร้างสังคมใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ซึ่งการที่เราจะไปถึงตรงนั้นได้ การสื่อสารกับคนในสังคมเป็นเรื่องสำคัญมาก สื่อเพื่อการปฏิรูปต้องประกอบด้วย 1.สื่อสารเพื่อร่วมสร้างสังคมใหม่ คือ การพูดความจริงที่ถูกกาลเทศะและมีประโยชน์ 2.สร้างจินตนาการใหม่ให้ประเทศ 3.ระดมความคิดเรื่องแนวทางและมาตรการให้เกิดปัญญาร่วม 4.สังเคราะห์ประเด็นนโยบาย และ 5.รวมกลุ่มและเครือข่ายสื่อเพื่อสร้างสรรค์สังคมใหม่ เชื่อว่าเมื่อเกิดการรวมพลังทุกภาคส่วนดังกล่าวแล้ว นำไปสู่การผลิกโฉมประเทศและสร้างสังคมใหม่ร่วมกันได้” ศ.นพ.ประเวศ กล่าว
       
       ด้านนายอิทธิพล ปรีติประสงค์ อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากงานวิจัยหลายชิ้นที่เกี่ยวกับการสำรวจสถานการณ์ด้านสื่อสร้างสรรค์ที่เกี่ยวกับการศึกษาและการเรียนรู้ในสังคมไทย ส่วนใหญ่พบว่า สื่อที่สร้างสรรค์สังคมมีจำนวนน้อยมาก รายการโทรทัศน์ประเภทส่งเสริมการเรียนรู้ มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะรายการสำหรับเด็กเล็กพบว่า มีจำนวนไม่ถึงร้อยละ 1 ของรายการโทรทัศน์ทั้งหมดในประเทศไทย ส่วนสื่อใหม่ เช่น เกมคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ และมีความรุนแรงค่อนข้างสูง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจำเป็นจะต้องร่วมกันพัฒนาสื่อสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ และที่สำคัญต้องมีการจัดตั้งกองทุนสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบและครบวงจร
       
       นายอิทธิพลกล่าวต่อไปว่า การจัดตั้งกองทุนฯ ต้องพิจารณา 3 ประเด็น คือ 1.สถานะกองทุนต้องอิสระ คล่องตัว และยั่งยืน ดังนั้นจึงมีการเสนอให้จัดตั้งในรูปของ พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 2.ภาระหน้าที่ต้องนำเสนอการพัฒนาสื่อทุกรูปแบบ พัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อทุกกลุ่ม สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้เข้ามาร่วมสนับสนุนและบริหารจัดการสื่อ และ 3.งบประมาณในการบริหารจัดการกองทุน ควรนำมาจากกองทุนวิจัยในกิจการตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นเรื่องสมเหตุสผลที่จะนำเงินค่าสัมปทานมาใช้เพื่อพัฒนาสื่อ
       
       ด้าน น.ส.ชุติมา ใจคง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มสธ. ในฐานะผู้ประสานงานรายการวิทยุเด็กและเยาวชน กลุ่มขบวนการตาสับปะรด กล่าวถึงบทบาทการผลิตสื่อเพื่อพัฒนาสังคมว่า สื่อไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงแค่ผู้ชม แต่สามารถเปลี่ยนแปลงผู้ผลิตได้ ดังนั้น กลุ่มขบวนการตาสัปปะรดจึงร่วมกันผลิตสื่อเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงชุมชน ซึ่งขั้นตอนการทำงานจะเริ่มจากการให้เด็กในกลุ่มลงพื้นที่ชุมชน เพราะจะทำให้เด็กทราบว่าในชุมชนนี้มีสิ่งที่ดีงาม และมีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อจะสื่อให้สังคมรับรู้ และเมื่อสังคมหรือชุมชนรับรู้ก็จะเกิดความภาคภูมิใจในความสวยงามของชุมชน เกิดการเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาในทิศทางที่ดีขึ้น ถือเป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาและสร้างสรรค์ชุมชนให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้ผลิตให้คิดทำสื่อดีมีประโยชน์เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน