ใน ช่วงปิดเทอมนี้ พ่อแม่หลาย ๆ คนมีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเป็นช่วงที่สิ่งเร้าต่าง ๆ อย่างโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือเกม เข้ามาดึงเด็กให้เสพติดได้ง่าย ยิ่งถ้าบ้านไหนไม่มีกิจกรรมน่าสนใจให้ลูกทำด้วยแล้ว แนวโน้มที่เด็กจะใช้เวลาว่างอย่างไม่สร้างสรรค์ย่อมมีได้สูง
       
       พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพจิตเด็ก และวัยรุ่นราชนครินทร์ สะท้อนในงานเทศกาลนิทานในสวนครั้งที่ 8 เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า พ่อแม่ทุกคนคงไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กติดสื่อ หรือติดเกม แต่หลาย ๆ ครั้งตัวพ่อแม่เองกลับไม่ค่อยมีตัวเลือกให้เด็กทำมากนัก ซึ่งอาจมีปัจจัยเรื่องงาน และเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง
       
       "พ่อแม่มักมีคำสั่งไม่ให้ลูก เล่นเกม ก็เหมือนห้ามไม่ให้ดูทีวี เด็กก็จะถามกลับมาว่า แล้วจะให้เขาทำอะไร เรื่องนี้พ่อแม่ต้องตอบคำถามในใจ เพราะหลาย ๆ คนกว่าจะกลับถึงบ้าน ไม่รู้กี่โมง ซึ่งเราพบเยอะเหมือนกันว่า พ่อแม่มอบหมายให้เด็กทำการบ้าน แต่เด็กทำครบหมดแล้ว หรือทำในสิ่งที่ควรทำครบหมดแล้ว แต่ไม่มีกิจกรรมทางเลือกให้เขาได้ทำ" นี่คือคำถามที่จิตแพทย์เด็ก และวัยรุ่นอยากให้พ่อแม่ทุกคนกลับไปคิด และพยายามหาตัวเลือกให้เด็กได้มีช่องทางมากขึ้น
       
       "เด็กที่ชอบเล่นเกม หรือติดเกมส่วนใหญ่ ก็เพราะว่าพวกเขาไม่รู้ว่าจะเอาเวลาไปทำอะไร เพราะเกมมันสนุก ตายแล้วก็เริ่มใหม่ เกิดใหม่ อยากจะผ่านด่านโน้นด่านนี้ ซึ่งมันสนุก และท้าทาย ผิดกับชีวิตจริงที่เวลาสอบแล้วก็ตก อ่านหนังสือก็ไม่ออก ทำการบ้านผิดก็ถูกดุ ซึ่งมันไม่เหมือนกับเวลาเล่นเกมที่ไม่มีใครมาดุมาว่าในเกม มันมีแต่ความสุขตลอดทั้งวัน"
       
       ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหากิจกรรมที่ลูกถนัดควบคู่ไปด้วย เพราะถ้าเด็กมีกิจกรรมอย่างอื่นทำ และเป็นกิจกรรมที่ลูกทำแล้วไปด้วยกันได้ดี ลูกก็จะเล่นเกมน้อยลง แต่พ่อแม่ควรเข้าไปมีส่วนร่วม รับฟัง และชื่นชมลูกด้วย
       
       "เมื่อมีกิจกรรมให้ลูกทำแล้ว ก็ควรชื่นชมในสิ่งที่ลูกทำด้วย ไม่ใช่พอลูกวาดรูปแล้วมาโชว์ให้พ่อแม่ดู เรากลับไปตำหนิว่าทำไมวาดแบบนี้ล่ะลูก ไม่สวยเลย เอ้า ก็กลายเป็นว่า เด็กทำไม่ดีอีก เด็กก็รู้สึกไม่อยากทำละ เอาเวลาไปเล่นเกมดีกว่า ทางที่ดี ให้กำลังใจเขา หรือพากันออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ้างก็ได้ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายทั้งเล่นกีฬา ไปเที่ยว หรือไปทำกิจกรรมอาสา เหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีทางเลือก และค่อย ๆ ออกจากโลกของเกม รวมไปถึงเทคโนโลยีในที่สุด" จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเผย
       
       อย่างไรก็ดี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นท่านนี้ ไม่ได้ห้ามเด็กเล่นเกม แต่การเล่นควรมีกฎกติกาชัดเจน โดยเฉพาะเวลาในการเล่น ซึ่งไม่ควรเกิน 3 ชม.ต่อวัน เพราะมีการศึกษาวิจัยพบว่า เด็กที่เล่นเกิน 3 ชม.ต่อวัน มีแนวโน้มที่จะติดเกมมากกว่าเด็กที่เล่นน้อยครั้งถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ทางที่ดีควรจัดตารางเวลาช่วงปิดเทอม จะเป็นการฝึกให้ลูกได้ทำงานตามเป้าหมาย และช่วยในการบริหารเวลาได้ดีอีกด้วย
       
       สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านใดที่นึกกิจกรรมทำกับลูกวัยซนในช่วงปิดเทอมไม่ออก เรามีตัวเลือกดี ๆ มาฝากกันครับ

       - บ้านในฝัน
       
       ในวันว่าง คุณกับลูกอาจช่วยกันหารูปเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านหลาย ๆ แบบและหลาย ๆ ห้องจากหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารที่ไม่ใช้แล้ว จากนั้นหากระดาษแผ่นใหญ่มา 1 แผ่น กางออกแล้วแบ่งออกเป็นส่วน ๆ เหมือนเป็นแบบแปลนบ้าน ลากเส้นแบ่งห้องต่าง ๆ แล้วเขียนหรือติดป้ายคำ เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องครัว จากนั้นให้ลูกติดรูปเฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ตัดเตรียมลงไป ให้ลูกแต่งบ้านสวยเหมือนที่ลูกต้องการเลย ซึ่งอาจแบ่งให้ทำเป็นวันก็ได้ เช่น วันนี้ตกแต่งห้องครัว พรุ่งนี้ตกแต่งห้องนอน กิจกรรมนี้ทำให้ลูกได้เรียนรู้คำศัพท์มากขึ้น และยังช่วยสอนทักษะในการจัดระเบียบให้ลูกไปพร้อม ๆ กันด้วย
       
       - ละครครอบครัว
       
       ถ้าพอจะมีเวลาว่าง ลองทำบทละครง่าย ๆ ให้ลูกได้แสดงกันดู อาจทำเป็นเรื่องประจำครอบครัวโดยใช้กล้องวีดีโอ หรือกล้องมือถือถ่ายก็ได้ เช่น ลูกชายชอบแต่งตัวเป็นคาวบอย ส่วนลูกสาวชอบแต่งตัวเป็นนางฟ้า ลองคุยกันว่า แล้วถ้าคาวบอยมาเจอกับนางฟ้าใจดีในเทพนิยายจะเกิดอะไรขึ้น ทีนี้ลูก ๆ ก็จะช่วยคิดกันยกใหญ่ เริ่มตั้งแต่เสื้อผ้า หน้าผม สำหรับเด็กขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก เมื่อเขาได้แต่งตัว หรือใส่หน้ากากเป็นคนอื่น เขาก็จะเกิดความมั่นใจมากขึ้น พอถ่ายเสร็จก็มาเปิดดูผลงานพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี
       
       - ศิลปะแสนสนุก
       
       ลองชวนลูก ๆ ไปหาสถานที่ภายในบ้านเพื่อทำเป็นพื้นที่ทำงานศิลปะ เพราะการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เป็นการฝึกฝนความสามารถด้านการคิดประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ รวมทั้งฝึกฝนการทำงานร่วมกันระหว่างสายตา และมือของเด็กด้วย อาจเป็นห้องที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือที่ที่คุณและลูกสามารถทำเลอะเทอะได้ โดยเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น สี จานสี กาว กรรไกร ดินสอ ไม้บรรทัด ขวด กระป๋อง กระดาษหลาย ๆ ชนิด และอื่น ๆ เพื่อให้ไอเดียกับลูกในการทำงานศิลปะ เช่น กระถางหรือแจกันใส่ดอกไม้จากกระป๋องน้ำผลไม้ วาดหรือตกแต่งก้อนหินทำเป็นที่ทับกระดาษ ทำภาพตัดแปะจากเมล็ดพืช หรือนิตยาสาร เป็นต้น
       
       สำหรับกิจกรรมนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรสนับสนุน และส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้ทำโครงการทั้งที่เป็นแบบอิสระ หรือแบบเฉพาะอย่างไป ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูศักยภาพของลูกด้วย โดยทั่วไปแล้วเด็กเล็กมักต้องทำแบบอิสระซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขานึกได้ หรืออยากทำในขณะนั้น และสิ่งสำคัญต้องไม่ยาว หรือนานเกินไป ส่วนเด็กที่โตแล้วก็อาจทำโครงการที่ต้องใช้เวลาหลายวัน หรือยาวนานตลอดสัปดาห์ก็ได้
       
       ครอบครัวใดมีกิจกรรมดี ๆ ที่อยากจะแนะนำ หรือแบ่งปันในช่วงปิดเทอมนี้ เราขอเปิดพื้นที่ด้านล่างให้เข้ามาแลกเปลี่ยนกันได้เลยครับ

http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9550000039181