ปิดฉากชีวิต “อำนวย สุนทรโชติ”

วาระสุดท้าย..อุทิศเพื่อการศึกษา
โดย เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ
       
       กว่า 2 ปีมาแล้วภาพคุ้นตาของ นายอำนวย สุนทรโชติ ที่ได้เห็นเสมอ คือ ชายรูปร่างซูบผอมสวมสูทสุภาพที่มักปรากฏตัวมาพร้อมกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สิทธิทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็น นักเคลื่อนไหวทางการศึกษา ที่คนในแวดวงการศึกษาน้อยคนจะไม่รู้จัก โดย นายอำนวย มีบทบาทสำคัญในฐานะตัวกลางประสานงานกับนักเรียนเพื่อเป็นตัวแทนในการร้องเรียนและฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการยื่นฟ้องร้องอยู่หลายกรณีโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบการสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา นอกจากนี้ ยังเป็นบุคคลหนึ่งที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการศึกษา ชี้ช่องโหว่ของปัญหาและเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข
       
       แต่..จากนี้ภาพและชื่อของนักเคลื่อนไหวคนนี้คงเหลือเพียงความทรงจำเท่านั้น เพราะ นายอำนวย ในวัย 44 ปี ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา บทบาทสุดท้ายของ นายอำนวย คือ การเคลื่อนไหวเกี่ยวกับนโยบายการรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ของ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ ศธ.ที่เปิดโอกาสให้โรงเรียนรับเงินบริจาคได้จนทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นการเปิดทางให้มีการจ่ายเงินแลกกับที่นั่งเรียนได้ นำไปสู่การยื่นฟ้องร้องศาลปกครองขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ขณะที่ ศ.ดร.สุชาติ ก็ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้อง นายอำนวย ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยเช่นกัน 
       
       อย่างไรก็ตาม นายอำนวย ได้เขียนบทความไว้ฉบับหนึ่ง ชื่อว่า “อำลา...ชีวิต” เนื้อหานั้นเป็นการบอกเล่าถึงเส้นทางชีวิตแต่วัยเยาว์ และผลงานที่ได้ทำมาตลอดชีวิต ว่า เป็นลูกชาวนาที่ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดในสมัยที่ชาวนาไถนาด้วยควาย ชีวิตแวดล้อมด้วยธรรมชาติ และได้รับการศึกษาจนจบระดับปริญญาตรีที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แผนกเครื่องกล ซึ่งในสมัยเรียนประถมศึกษาปีที่ 1-6 นั้น เป็นคนเรียนเก่งสอบได้ที่ 1 ทุกปี มาเรียนจุฬาฯก็ได้รับทุนการศึกษาทุกปีเช่นกัน และหารายได้ด้วยการสอนพิเศษเป็นค่าใช้จ่ายส่วนอื่นโดยไม่ขอเงินจากทางบ้าน จนกระทั่งเรียนจบก็ได้ทำงานบริษัทน้ำมันเก็บเงินจนสร้างบ้านให้พ่อแม่หนึ่งหลัง ก่อนออกมาทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน ยี่ห้อ คิวเอท เอสโซ่ และ บางจาก ซึ่งดำเนินไปด้วยดี แต่มาเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง ในปี 2540 มีหนี้สินมากจนต้องเลิกทำปั๊มน้ำมันทั้งหมด และหันมาค้าส่งน้ำมันแทน ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนและลูกค้าเก่าหนี้สินที่มีจึงหมดลงอย่างรวดเร็ว
       
       ขณะที่ จุดเริ่มต้นที่ทำให้ นายอำนวย หันมาทุ่มเทเพื่อการศึกษานั้น เพราะมีเป้าหมายแรงกล้าที่ต้องการตอบแทนคุณแผ่นดิน และค้นพบว่า สิ่งที่ถนัดและสนใจที่สุด คือ การสอนหนังสือและการศึกษา จึงเริ่มต้นจากการไปนั่งในห้องเรียนเพื่อรื้อฟื้นความหลังยังโรงเรียนที่เคยศึกษาว่าได้เรียนอะไรไปบ้าง พร้อมกับทำสรุปมุมมองที่โรงเรียนควรจะปรับปรุงและได้เริ่มทำโครงการรักการอ่าน ทำห้องสมุดมีชีวิต ทั้งยังร่วมกับสภาอุตสาหกรรมซื้อหนังสือไปมอบให้โรงเรียนขยายผลทั่ว จ.ฉะเชิงเทรา และได้จัดกิจกรรมเพื่อทดสอบวัดความคิดจากการอ่านของเด็กด้วย จากนั้น นายอำนวย ได้เริ่มรณรงค์ต่อต้านการฝากเด็กและการเรียกรับเงินแปะเจี๊ยะ ซึ่งสามารถทำให้โรงเรียนที่เรียนจบในระดับมัธยมศึกษา ไม่มีการฝากเด็กมาตั้งแต่ปี 2550 และยังมีบทบาทในปี 2554 ยังได้ร่วมเป็นคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการรับนักเรียน ของกระทรวงศึกษาธิการ
       
       นอกจากนี้ ยังได้เปิดสอนพิเศษฟรีให้นักเรียน โดยเฉพาะเด็กที่จะสอบเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา โดยเริ่มจากตระเวนไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ จนท้ายสุดได้ไปสร้างห้องเรียนขนาดใหญ่ที่สามารถจุนักเรียนได้ 250 คนเน้นสอนในช่วงปิดเทอมทุกวันไม่มีวันหยุด เปิดสอนได้เพียง 3 วัน นายอำนวย ก็รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่ห้องเรียนยังเปิดสอนต่อไป โดยมีอาจารย์และรุ่นน้องมาช่วยสอนจนจบไป 3 คอร์ส ทั้งนี้ นายอำนวย ยังได้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.buildingthailand.net และก่อตั้งชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ ที่ผ่านมา ยังได้ทำการสรุปคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เด็กไทยควรรู้อัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ให้ดาวน์โหลดฟรี สอนแปลข่าวภาษาอังกฤษกว่า 200 ข่าว แบบคำต่อคำ เพื่อให้เด็กได้ฝึกอ่านฝึกแปล รวมถึงทำแอนิเมชันวิชาฟิสิกส์ด้วย
       
       “บางส่วนที่ทำไปนั้นทำหลังจากที่ป่วยแล้ว จึงต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าปกติ บางครั้งต้องไปประชุมกรรมการติดตาม ตรวจสอบการรับนักเรียน ทั้งๆ ที่ยังต้องให้ออกซิเจนอยู่เลย ยิ่งตอนนี้นั่งไม่ได้ เพราะจะปวดหลังมาก ก็ต้องนอนพิมพ์งานทั้งหมดรวมทั้งฉบับนี้ด้วย”ข้อความส่วนหนึ่งจาก บทความ “อำลา..ชีวิต” ของ นายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ ที่เขียนฝากไว้ในวันที่ต้องอำลาตลอดกาล
       
       ทั้งนี้ ตอนหนึ่งของบทความ “อำลา..ชีวิต” ของ นายอำนวย เขียนว่า “ผมนายอำนวยกำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งตับในระยะสุดท้าย ซึ่งคงจะเหลือเวลาที่จะมีชีวิตอยู่อีกไม่นานนัก ผมจึงขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้กล่าวลาท่านผู้อ่านทุกท่าน และท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่าน และขอใช้โอกาสเดียวกันนี้ กราบขออภัยมายังท่านผู้ที่ผมได้เคยล่วงเกิน ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่ผมทราบและผมไม่ทราบ และจะขอโอกาสนี้เล่าประวัติคร่าวๆ รวมถึงผลงานที่ได้ทำมาตลอดชีวิต และสิ่งที่เคยใฝ่ฝันไว้แต่ยังทำไม่สำเร็จ”
       
       “สิ่งที่อยากทำมากที่สุดในตอนนี้แต่คงไม่มีโอกาสได้ทำแล้ว คือ ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาของชาติให้มีคุณภาพอย่างน้อยก็ต้องทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือดีกว่าเขา โดยผมเห็นว่า สิ่งที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนของการศึกษาไทย คือ ต้องรื้อหลักสูตรทิ้งทั้งหมดแล้วสร้างหลักสูตรขึ้นมาใหม่ เพราะวันนี้เรามีปัญหาเรียนในสิ่งที่ไม่ได้ใช้ แต่ต้องไปใช้ในสิ่งที่ไม่ได้เรียน มีวิชามากกว่าครึ่งหนึ่งที่เรียนไปแล้วไม่เคยได้ใช้ในชีวิตเลย วิชาบางส่วนก็เน้นความรู้แบบท่องจำซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ แล้วในปัจจุบันเพราะความรู้เหล่านั้นสามารถหาได้จาก google หรือคอมพิวเตอร์อัจฉริยะในอนาคต ซึ่งสรุปแล้วนักเรียนของเราควรจะเรียนเนื้อหาแค่ 2 ส่วนเท่านั้น คือ ส่วนที่จะต้องนำไปใช้ในอนาคต และส่วนที่อาจจะไม่ได้ใช้โดยตรงแต่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาฉลาดขึ้น”
       
       “ตอนนี้ผมพยายามนอนเขียนหนังสือเรื่องการศึกษาอยู่เล่มหนึ่งชื่อ “การศึกษาอุบาทว์ ชาติวิบัติ” เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การศึกษาในปัจจุบันและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ผมได้แต่หวังจะเขียนได้จนจบ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทยและแผ่นดินไทย อยากให้จำไว้ว่าในชีวิตคนทุกคนนั้นมี 2 สิ่งที่ทุกคนทำ คือ 1.สิ่งที่ต้องทำ ซึ่งหมายถึงการเรียนและการประกอบอาชีพ 2.สิ่งที่อยากทำ คือ สิ่งที่เป็นความชอบ เป็นความใฝ่ฝันของแต่ละคน แต่ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่มักจะทำแต่สิ่งที่ต้องทำแต่ไม่ค่อยได้ทำในสิ่งที่อยากทำแต่สิ่งที่ถูกต้องคือคุณต้องทำมันไปพร้อมๆ กันแล้ว ชีวิตก็จะครบสมบูรณ์แล้วเมื่อวันนั้นของชีวิตมาถึงจะได้ไม่ต้องบ่นเสียดายว่าโน้นก็ยังไม่ได้ทำ นี่ก็ยังไม่ได้ทำ”
       
       ต่อไปนี้ผมขอฝากอนาคตของประเทศไว้ในมือของทุกท่านด้วย ลาแล้วครับ...ตลอดไป “อำนวย สุนทรโชติ”


http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000037950