เครือข่ายต้านพนัน บุก กสทช. ยื่นจดหมายเปิดผนึกสั่งล้อมคอก SMS เสี่ยงโชคแหกตาประชาชน จี้เป็นตัวการเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมหาทางออก หวังลดจำนวนวัยโจ๋ตกเป็นเหยื่อ บ่มเพาะนิสัยพนัน  ขณะที่นักศึกษามหาลัยดัง เผยมีเด็กอีกมากยังเล่นจนติด แนะรัฐบาลใหม่ช่วยจัดระเบียบ-เยี่ยวยาเยาวชน

            เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พ.ค. ที่สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) นายธนากร  คมกฤส  ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์หยุดการพนัน  พร้อมด้วย มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน  และมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กว่า 30 คน เข้าพบ    พันเอกนที  ศุกลรัตน์  คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรม กสทช. เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กสทช. เร่งพิจารณามาตรการจัดระเบียบ การเสี่ยงโชคผ่านข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ (SMS) หลังพบว่าเข้าข่ายการพนัน  

            นายธนากร  กล่าวว่า  จากการประชุมในเวทีเสวนา แนวทางการปกป้องเด็กและเยาวชนจากสถานการณ์การเสี่ยงโชคผ่านข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ (SMS)”  ที่ผ่านมา ทำให้หลายหน่วยงานร่วมสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจาก SMS รวมถึงผลวิจัยก็ยืนยันชัดเจนว่าสิ่งเหล่านี้ถือว่าเข้าข่ายการพนันแทบทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการจัดระเบียบให้ผู้ประกอบการทำตามกฎหมาย เครือข่ายฯจึงขอเสนอแนวทางเพื่อให้ กสทช. นำไปพิจารณาดังนี้  1.เร่งตรวจสอบปัญหา SMS ที่เข้าข่ายพนันเสี่ยงโชค  2. ขอให้ กสทช. เป็นหน่วยงานกลางที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน  เพื่อร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมในการควบคุม กำกับดูแลปัญหาดังกล่าว  3.ขอให้ กสทช. เร่งออกมาตรการเพื่อจัดระเบียบ SMS เป็นการด่วน 

            นายธนากร  กล่าวว่า โดยทั้งหมดขอให้อยู่ภายใต้กรอบเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มิให้ตกเป็นเหยื่อ SMS ที่เข้าข่ายพนัน  เสี่ยงโชค ซึ่งเป็นการบ่มเพาะนิสัยชอบเสี่ยงโชค  ชอบพนัน  ทำงานน้อยแต่หวังผลประโยชน์มาก  จนเข้าสู่วงจรนักพนันในที่สุด รวมถึงคุ้มครองมิให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค ให้เกิดความโปร่งใส  ตรวจสอบได้  ให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อผู้บริโภค  และเพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของรัฐที่ควรจะได้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และข้อ 4.เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันและองค์กรภาคี ยินดีร่วมเป็นเครือข่าย ทำงานร่วมกับ  กสทช. ในการสร้างความเข้าใจกับสังคมและทำให้  SMS อยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

           ภาคประชาชนไม่อยากให้ผู้ประกอบการใช้ช่องทางนี้ทำธุรกิจเพื่อทำลายเด็กและเยาวชนเพราะที่ผ่านมาทำให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมากและเด็กติดจนเข้าข่ายเป็นการพนัน ดังนั้นกิจกรรมทางการตลาดเหล่านี้จึงไม่ควรเกิดขึ้น หรือต้องปรับปรุงแก้ไขใหม่” นายธนากร  กล่าว

             ด้าน นายอัมมัน   โอชา  นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต  ชั้นปีที่ 2 กล่าวว่า ตนเป็นเยาวชนคนหนึ่งที่เคยหลงผิดติดการเล่นเสี่ยงโชคผ่านทางSMS เพราะหวังของรางวัลที่ล่อตาล่อใจ ทำให้ต้องสูญเสียเงินไปในแต่ละเดือนเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันได้เลิกเล่นอย่างเด็ดขาดแล้ว เพราะรู้สึกว่าการเสี่ยงโชคดังกล่าวไม่ต่างอะไรจากการเล่นการพนัน อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับของรางวัลเลยแม้แต่ชิ้นเดียว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีเยาวชนอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังหลงผิดแบบตนและเล่นจนติด

           “อยากให้พรรคการเมืองแต่ละพรรค ตลอดจนรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับปัญหาต่างๆ ที่สร้างผลกระทบต่อเด็กเยาวชน โดยเฉพาะปัญหาการเสี่ยงโชคผ่านทาง SMS ที่มอมเมาเยาวชน จึงควรมีการกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนมากกว่านี้ โดยเฉพาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เนื่องจากยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ไม่รู้ว่ารู้ว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ นอกจากนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครองก็ไม่ควรตามใจบุตรหลาน และคอยสอดส่องดูแลพฤติกรรม”นายอัมมัน  กล่าว