สื่อนิตยสารตามท้องตลาดที่มักมีภาพหรือโฆษณาให้โหลดคลิปลามก

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

เวทีเสวนา หาทางออกปัญหาสื่อยั่วยุกับเยาวชนไทย

นักวิชาการจับมือนศ. ร่วมกันถกประเด็น และแก้ไขยุคสื่อลามกครองเมือง

ตัวอย่างสื่อยั่วยุทางเพศ (ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต)

เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ เปิดผลสำรวจความคิดเห็นเด็กและเยาวชนในมุมมองต่อสื่อกับการยั่วยุทางเพศ ทั้งคลิปภาพและสิ่งพิมพ์โฆษณาตามนิตยสารดาราต่างๆ นักวิชาการจับมือนศ. ร่วมหาทางออก ชี้สื่อยั่วยุทางเพศผิดกฎหมายมาตรา 287 สามารถเอาผิดได้ทั้งผู้ผลิต -เผยแพร่ - จำหน่าย
       
       อัญญาอร พานิชพึ่งรัถ ประธานเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 15-25 ปี จำนวน 525 คน แบ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 52.19 เพศชายร้อยละ47.81 ได้แสดงผลเกี่ยวกับการเสพสื่อยั่วยุทางเพศ โดยระบุว่า เคยเห็นการนำเสนอภาพที่ส่อถึงการยั่วยุทางเพศสูงถึงร้อยละ 96.76 จากสื่อนิตยสาร นอกจากนี้เยาวชนร้อยละ67.62 ยอมรับว่าพบเห็นการนำเสนอภาพที่ยั่วยุทางเพศเพิ่มขึ้น อีกทั้งเยาวชนร้อยละ 88.00 ระบุว่าเคยเห็นการลงโฆษณาให้ส่งข้อความสั้น(SMS) เพื่อดาวน์โหลดภาพโป๊ คลิปโป๊ และอีกร้อยละ 37.9 ระบุว่า เคยส่งข้อความสั้นดาวน์โหลดภาพและคลิปดังกล่าว
       
       เมื่อมีข้อมูลน่าตกใจเช่นนี้ออกมา ย่อมส่งผลกระทบถึงเยาวชนโดยตรง "ฝน" สายพิรุณ โฉมสุทธิกุล นักศึกษาชั้นปีที่2 สาขาการโรงแรม คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยราชพฤกษ์ หนึ่งในตัวแทนนักศึกษาเครือข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์และสิ่งยั่วยุ แสดงความเห็นในฐานะเยาวชนว่า สื่อยั่วยุในปัจจุบันมีมากขึ้นกว่าเดิม และมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะ สื่อไอที นิตยสาร ซึ่งแต่ละสื่อจะมีช่องทางที่จะยั่วยุทางเพศต่างกันออกไป 
       
       "ฝนได้มีโอกาสลงพื้นที่สำรวจสื่อยั่วยุต่างๆที่ล่อแหลมต่อเด็กไทย ก็พบว่าเด็กจะรู้จักสื่อยั่วยุในทางนิตยสารมากกว่า ส่วนใหญ่จะพูดถึงว่าบางทีสื่อให้ภาพที่ไม่สมควรเช่น ภาพหลุดต่างๆ ไม่ควรลงหนังสือก็เอามาลง อย่างเพื่อนผู้ชายก็เคยดูคลิปพวกนี้อยู่ ทำให้เห็นว่ามันใกล้ตัวมาก โหลดมาดูกันได้ง่ายๆเลย ซึ่งการที่เยาวชนเสพสื่อพวกนี้เยอะๆก็เกิดผลกระทบไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือชาย ความน่ากลัวของมันก็เกิดขึ้นได้เหมือนกันหมด อย่างผู้หญิงก็อาจจะมีค่านิยมผิดๆ จากการที่ดูสื่อก็ทำให้แต่งตัวตามดารา เกิดความล่อแหลม ส่วนผู้ชายดูสื่อพวกนี้เยอะๆก็อาจทำให้ควบคุมอารมณ์ทางเพศได้ยาก"
       
       ฝน ยังกล่าวอีกว่า วิธีการแก้ไขปัญหา ควรจะต้องลดสื่อเหล่านี้ลง เช่น ภาพหลุดดาราต่างๆก็ไม่สมควรจะเอามาลงตามนิตยสาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงวัฒนธรรม หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเข้ามาดูแล เพราะอยู่ใกล้ปัญหามากที่สุด หากสามารถควบคุมเรื่องนี้จริงๆ สื่อยั่วยุเหล่านี้อาจจะไม่หายไปทั้งหมด แต่น่าจะลดลงหรืออย่างน้อยๆก็ควบคุมได้ 
       
       ด้าน "เป้า" ธีรภัทร์ คหะวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่4 คณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง ในฐานะตัวแทน "กลุ่มนักกฎหมายเพื่อสังคมม.ราม" ได้ร่วมแสดงความเห็นว่า นิตยสารที่มีโฆษณาให้โหลดคลิปยั่วยุทางเพศมีเยอะมาก แม้แต่ร้านหนังสือในมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่แปลกเพราะมองว่าหนังสือดาราพวกนี้ก็เป็นอะไรที่คนทั่วไปอ่านกัน เจ้าของหนังสืออาจจะไม่ทราบว่าการเอาโฆษณาสิ่งยั่วยุพวกนี้มาลงหนังสือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งมองว่าต้องมีเจ้าภาพหลักในการรับผิดชอบก่อน อาจจะเป็นกระทรวงวัฒนธรรมหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
       
       "สิ่งที่น่าจะทำอย่างเร่งด่วนคือ ต้องให้ทางผู้ประกอบการมาคุยว่า แบบนี้ผิดกฎหมาย บอกให้เขารู้เลย ว่าสิ่งเหล่านี้ผิดกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นหมวดกฎหมายที่คนทั่วไปจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ แต่ในที่นี้เขาก็อาจจะไม่รู้โดยบริสุทธิ์ใจว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดกฎหมาย ก็ต้องแจ้งเตือนไป เพราะมันระวางโทษไว้อย่างชัดเจน ส่วนเยาวชนเองก็ต้องช่วยแก้ไขด้วย อาจเริ่มจากตัวเองไม่เสพสื่อเหล่านี้ และรณรงค์ให้เพื่อนฝูงหรือ เยาวชนในกลุ่มต่างๆให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดปัญหาได้ในอนาคต"
       
       เป้า เสริมอีกว่า หากทำได้จริง ปัญหาน่าจะลดลง แต่ต้องทำควบคู่กันระหว่างกลไกภาพรวม โดยที่รัฐต้องเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ และองค์กรภาคประชาชน เอกชน และเยาวชนก็ต้องทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในการสร้างจิตสำนึก สร้างกระแสรณรงค์ สร้างความรู้ความเท่าทันให้แก่เยาวชน ถ้ารู้ถึงพิษภัยของมัน สื่อยั่วยุน่าจะลดลงได้เรื่อยๆหรืออาจจะหมดไปก็ได้
       
       ขณะที่ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เรื่องคลิปโป๊ที่ให้โหลดตามมือถือ ส่วนตัวได้ดูเรื่องนี้มา 2 ปี พบว่า มันยาวขึ้นมึนยั่วยุมากขึ้น และกลุ่มลูกค้าของคลิปทางมือถือ คือเยาวชนรุ่นเล็ก ไม่ใช่เด็กโต ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเด็กอายุ 10-12 ขวบมีมือถือหมด การที่เด็กเข้าถึงสื่อลามกเหล่านี้ได้จึงอันตราย ซึ่งถือว่าเป็นความเห็นแก่ตัวที่สุดของผู้ประกอบการ วันนี้ต้องพูดว่ามันผิดกฎหมายมาตรา 287 ซึ่งระบุว่าทั้งคนทำ คนวางขายและคนโฆษณาผิดเหมือนกันหมด คือจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3ปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นร้านค้าใดๆก็ตามที่วางขายนิตยสารที่มีโฆษณาคลิปเหล่านี้ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด 
       
       "ที่ผ่านมา เขาอาจจะไม่รู้ว่าเขาผิด ก็อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้อยู่ในกติกา ทั้งผู้โฆษณาทั้งหลาย ผู้วางจำหน่าย ผู้ผลิต ตอนนี้มันแทรกซึมไปในนิตยสารเกือบทุกเล่ม โดยเฉพาะนิตยสารที่กับบันเทิงดารา แต่ในท้องตลาดยังมีสื่อที่ดีหรือรับผิดชอบต่อสังคมอยู่ นั่นแปลว่าเราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ในการแก้ปัญหา มีคนทำถูกกับทำผิด สำคัญคือเราต้องเล่นงานคนทำผิดกฎหมาย ถ้าเป็นหนังโป๊หรือหนังสือโป๊ตำรวจมีการจับกุมอยู่แล้ว แต่ใน 2 ปีมานี้มีเรื่องของคลิปโป๊ที่ดาวน์โหลดผ่านมือถือได้ซึ่งอันตราย เด็กสามารถเข้าถึงสื่อพวกนี้ได้ง่าย โดยที่พ่อแม่ควบคุมไม่ได้ นี่คืออันตรายของสังคมไทย สังคมไทยกำลังจะเสื่อมอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการควบคุมดูแลให้อยู่ในความเหมาะสม"
       
       อาจารย์คณะนิติศาสตร์ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงออกมาดำเนินการอย่างเร่งด่วน ที่ผ่านมาเจ้าของหนังสือหรือร้านค้า อาจจะไม่รู้ว่ามีความผิดในฐานะที่ช่วยโฆษณาหรือวางจำหน่าย จึงต้องบอกให้สังคมหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับทราบว่าการกระทำเช่นนี้เป็นความผิด และเลิกทำ ถ้าไม่เลิกทำก็ต้องดำเนินการจับกุม ส่วนตัวคิดว่าการแก้ไข ต้องทำควบคู่กัน ด้านหนึ่งเราต้องไม่บริโภคสื่อลามก การสร้างพลังผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญ ต้องรณรงค์ไม่ให้เสพสื่อเหล่านี้อย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันกติกาบ้านเมืองมันมีอยู่ก็ต้องปฏิบัติตาม หากไม่ฟังก็ต้องใช้อำนาจกฎหมายเข้าว่า

 

แหล่งที่มา http://manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9540000039852