โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2553 18:09 น.

 

       กระทรวงวัฒนธรรมจีนออกกฏกระทรวงควบคุมการเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชนจีน พร้อมเรียกร้องให้บรรดาบริษัทผู้พัฒนาและให้บริการเกมออนไลน์ ช่วยกันดูแลป้องกันมิให้เยาวชนเข้าถึงเกมออนไลน์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะชักนำเยาวชนเหล่านั้นไปในทิศทางที่ไม่ดี รวมถึงห้ามไม่ให้เยาวชนทำการซื้อขายไอเท็มเกมออนไลน์
       
       เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมจีนได้ประกาศกฎกระทรวงบนเว็บไซต์รัฐบาลกลาง มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมเนื้อหาของเกมออนไลน์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน (ตามกฎหมายจีนเยาวชนคือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี) โดยเกมเหล่านั้นจะต้องปลอดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ที่อาจจะนำไปสู่การลอกเลียนแบบและแสดงพฤติกรรมซึ่งขัดต่อหลักจริยธรรมทางสังคมและกฎหมาย โดยกฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้
       
       แม้ว่ากฎระเบียบดังกล่าวของกระทรวงวัฒนธรรมจีนไม่ได้มีการระบุว่าเกมที่ไม่เหมาะสมคืออะไรบ้าง แต่ก็ค่อนข้างชัดเจนว่าเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในจีนคือ เนื้อหาลามกอนาจาร , ศาสนา , ไสยศาสตร์ , การพนัน , ความรุนแรง รวมถึงเนื้อหาที่มีความน่ากลัว โหดร้ายทารุณ
       
       นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้บรรดาบริษัทผู้พัฒนาและให้บริการเกมออนไลน์ ค้นหาวิธีที่จะจำกัดเวลาในการเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชนจีน เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาการติดเกมของเยาวชนจีน แต่ยังไม่ได้ระบุถึงวิธีที่จะใช้และเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเล่นเกมของเยาวชนจีนว่าควรจะกำหนดไว้ที่เท่าใด
       
       อีกหนึ่งมาตรการที่กำหนดออกมาคือ การห้ามมิให้เยาวชนจีนทำการซื้อขายไอเท็มภายในเกมออนไลน์ ยกเว้นเฉพาะกรณีที่เป็นการจ่ายเงินเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์เกม (กล่องเกม) หรือใช้เงินจ่ายค่าบริการในการเล่นเกมออนไลน์ (แอร์ไทม์) ทั้งสองกรณีนั้นเยาวชนจีนยังสามารถกระทำได้ ซึ่งการห้ามซื้อขายไอเท็มของเยาวชนจีนนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การบังคับให้ลงทะเบียนเล่นเกมด้วยข้อมูลจริง (ชื่อ ที่อยู่ ฯลฯ)
       
       กระทรวงวัฒนธรรมจีนได้เน้นย้ำว่า กฎระเบียบดังกล่าวมุ่งหวังที่จะให้เยาวชนจีนเล่นเกมแบบพอประมาณและเพื่อช่วยป้องกันดูแลสาธารณสุขโดยรวมของผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอุตสาหกรรมเกมออนไลน์ในประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันตลาดเกมออนไลน์จีนมีการเติบโตเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่ากว่า 25.8 พันล้านหยวน ในปี ค.ศ.2009 ที่ผ่านมา
       
       ข้อมูลจาก
       สำนักข่าวซินหัว